|
การสร้างพุทธรูปแบบพม่าในล้านนา
เนื่องมาจากการเข้ามาของกลุ่มพ่อค้าไม้ชาวพม่าโดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ล้านนากำลังรุ่งเรืองในด้านกิจการค้าไม้สมัยต้นรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปพม่าในล้านนามักเป็นอิทธิพลศิลปะพม่า
จากเมืองมัณฑเลย์ อาจสร้างจากแก้วสี สำริด
ไม้แกะสลักและตกแต่งด้วยอัญมณีที่พระนาลาฏ
โดยทั่วไปพระพุทธรูปปางมารวิชัยจะมีลักษณะองค์พระอวบอ้วน
พระศอสั้น ประทับนั่งเอียงก้มไปด้านหน้า ลักษณะนี้
พม่าเรียกว่า เตงบเลงเขว พระพักตร์สี่เหลี่ยม
พระนลาฏแคบ พระโอษฐ์กว้าง พระกรรณยาว
พระจีวรเป็นแบบห่มคลุม วัสดุที่สร้างด้วยสำริด แก้วสีขาว (
อลาบาสเตอร์ ) ไม้สัก ไม้ไผ่สาน หรือเศษผ้า ที่เรียกว่า
ชาโล
นอกจากนี้พระพุทธรูปในล้านนายังปรากฏรูปแบบพุทธรูปแบบไทลื้อ
สิบสองปันนา เช่น ที่พบในจังหวัดพะเยา และน่าน เป็นต้น
พระเจ้าที่เป็นศิลปะในสกุลช่างเชียงใหม่จะมีสองลักษณะ
คือแบบที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยผสม
กับเชียงแสนรุ่นหลังกับแบบที่สร้างเลียนแบบศิลปะเชียงแสนรุ่นแรก
พระพุทธรูปในสกุลช่างฝางซึ่งมีอยู่น้อยนั้น
มักจะสร้างด้วยทองสำริดรมดำ
เน้นเส้นคมที่พระนาสิกและพระขนง
พระพุทธรูปในสกุลช่างพะเยาจะสร้างด้วยหินทราย
ซึ่งพระพุทธรูปเช่นนี้ที่พบส่วนใหญ่เศียรมักจะหักออกจากองค์พระ

พระพุทธรูปในสกุลช่างน่าน
มักจะเป็นพระพุทธรูปแบบสุโขทัยผสมเชียงแสน
สิ่งที่พุทธศาสนิกชนสักการบูชาแทนองค์พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้านั้น
นอกจากจะมีรอยพระพุทธบาท
พระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุที่มีอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว
ก็ยังไม่พอเพียงต่อจำนวนของศรัทธาของชาวพุทธได้
จึงจำเป็นต้องมีสิ่งที่ใช้แทนพระพุทธองค์มากขึ้น
สิ่งที่สะดวกต่อการสร้าง
และสามารถเจริญศรัทธาได้ดีก็คือพระพุทธรูปนั้นเอง
แต่กระนั้นความเห็นของภิกษุล้านนา
โดยเฉพาะในเชียงใหม่ยุคก่อนยังไม่ลงรอยกัน
พระภิกษุคือสายป่าแดงกล่าวว่า การที่สร้างพระพุทธรูปไว้
แทนพระพุทธองค์เป็นการไม่สมควร
เพราะพระพุทธเจ้าไม่ได้อนุญาตให้สร้างรูปเหมือนของพระองค์
คือทรงให้รอยพระพุทธบาทและพระเกศธาตุเท่านั้น
แม้เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพานไปแล้ว
พระสาวกก็สักการบูชาพระสารีริกธาตุแทนพระองค์
พร้อมทั้งได้อ้างเอาคัมภีร์ตำนานพระบาทและตำนานพระธาตุ
เช่น ตำนานพระเจ้าเลียบโลก เป็นต้น
ซึ่งตำนานนี้กล่าวถึงพระพุทธเจ้าเสด็จเทียวไปเทศนาสั่งสอนเวเนยยะสัตว์
ตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ เมื่อเสด็จไปถึงและประทับ ณ
ที่ใดพระพุทธองค์ก็มักจะลูกเอาเส้นพระเกศาให้พระอานนท์รับเอา
เพื่อมอบต่อกับคนในท้องถิ่นนั้นบรรจุไว้เป็นเครื่องระลึกถึงพระองค์
และในบางแห่งพระพุทธเจ้าก็ได้ประทับรอยพระบาทลงบนหิน
ให้เป็นที่สักการบูชาแทนพระองค์
ในตำนานกล่าวจำนวนพระบาทและพระธาตุในล้านนา
มีพระสารีริกธาตุ ๒๓ แห่ง กับพระพุทธบาทจำนวน ๓๖ แห่ง
และพระภิกษุสายวัดป่าแดงยังได้โจมตีพระภิกษุสายวัดสวนดอก
ในการเทศนาว่าไม่สมควรสร้างพระพุทธรูป
และชวนไม่ให้ชาวบ้านไหว้พระพุทธรูปที่คนสร้างขึ้น
เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่รูปพระพุทธเจ้า
แต่เป็นรูปเหมือนตัวเขาเองให้คนไหว้
ดังนั้นให้นำเอาที่เขาเรียกว่าพระพุทธรูปนั้นไปไหลน้ำหรือนำไปฝังไว้ให้หมด
เมื่อชาวบ้านได้ฟัง บางกลุ่มก็เห็นคล้อยตาม
จึงนำเอาพระพุทธรูปไปฝังดินบ้างโยนทิ้งน้ำ
บ้างอันนี้คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ปัจจุบันมีข่าวการพบพระพุทธรูปที่ฝังอยู่ในดิน
และพบในน้ำอยู่เสมอหลายองค์คงเป็นพระพุทธรูปที่ถูกนำไปฝัง
และโยนไปในน้ำตามคำสอนของพระสายวัดป่าแดงในสมัยนั้นก็เป็นได้

ส่วนพระภิกษุสายสวนดอกก็พากันแสวงหาตำนาน
และอานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป หรือแต่งขึ้นมาเองในภายหลัง
ซึ่งอาจจะมีอายุน้อยกว่าตำนานพระบาท หรือพระธาตุ
ในตำนานการสร้างพระพุ่ทธรูป
กล่าวถึงพญาปเสนทิโกศลได้สร้างพระวิหารถวายแด่พระพุทธเจ้า
และได้ขออนุญาตสร้างรูปของพระองค์ซึ่งก็ทรงอนุญาตพญาปเสนทิโกศล
จึงให้ช่างก่อพระพุทธรูปประทับนั่งอยู่บน แท่นแก้ว
หรือฐานชุกชี
เมื่อสร้างเสร็จจึงได้กราบทูลให้พระพุทธเจ้าและอาราธนา
ขอให้พระองค์เสด็จไปทอดพระเนตร พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปดู
เมื่อพระพุทธเจ้าเข้าไปในพระวิหาร
พระพุทธรูปที่ก่อไว้นั้นก็ลงจาก แท่นแก้ว
ลงมานั่งข้างล่าง แท่นแก้ว
เพื่อให้พระพุทธเจ้าองค์จริงประทับนั่งข้างบน
และนอกจากนั้นพระภิกษุสายสวนดอกยังแต่งตำนานอื่นที่เกี่ยวกับพระพุทธรูปอีกหลายตำนาน
และมีคัมภีย์กล่าวถึงการสร้างพระพุทธรูปด้วยวัตถุต่างๆ
เช่น ตำนานพระเจ้านั่งดิน ตำนานพระแก้ว พระสิงห์
ตำนานพระเสตังคมนี ตำนานพระไม้แก่นจันทร์ เป็นต้น
เพื่อเทศน์ให้ศรัทธาชาวบ้านได้ฟังเพื่อให้เกิดศรัทธาในการสร้างพระพุทธรูปจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนั้นยังกล่าวถึงอานิสงส์การสร้างพระพุทธรูป
ไว้เพิ่มพูนศรัทธาของผู้ที่สร้างพระพุทธรูปอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ในสมัยโบราณจึงมีพระพุทธรูปขนาดต่างๆ อยู่เต็ม
แท่นแก้ว ในวิหาร
บางวัดจึงต้องแบ่งย้ายมาไว้ตามซุ้มของเจดีย์
ก็มีพระพุทธรูปที่ปรากฏจะมีหลายขนาด
สร้างขึ้นด้วยวัตถุหลายอย่าง มีพระหุ้มด้วยแผ่นเงิน
หุ้มด้วยแผ่นทองคำ สร้างด้วยเกสรดอกไม้
สร้างด้วยข้าวเย็นหรือข้าวเหลือจากการฉัน สร้างด้วยไม้
สร้างด้วยหิน หรือสร้างด้วยแก้ว
ส่วนพระประธานที่มีขนาดใหญ่ส่วนมากจะก่อด้วยอิฐถือปูน
พระเจ้า ส่วนมากอยู่ในท่านั่งปางมารวิชัย
คือปางประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ซ้ายพาดเหนือพระเพลา
พระกรขวาพาดที่พระชานุหรือเข่าแล้วเหยียดนิ้วพระหัตถ์ทั้งห้าลงด้านล่าง
|