เครื่องสังคโลกจากเตาเมืองศรีสัขนาลัยมีระยะเวลาในการผลิตในราว
200 - 250 ปี ( ช่วงพุทธศต วรรษที่ 19 - ต้นพุทธศตวรรษที่
22 ) และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ซึ่งไม่เพียงแต่ขายภายในประเทศเท่านั้น แต่การพบสังคโลกตามแหล่งเรืออับปางต่างๆ
ในอ่าวไทย เช่น เรือคราม , เรือพัทยา , เรือประแสร์
และในแหล่งโบราณคดีในต่างประเทศ เช่น ที่ Santa Ana ,
Calatagan ประเทศฟิลิปปินส์ และ Indragiri , Djambi
ประเทศอินโดนีเซียก็เป็น หลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเครื่องสังคโลกเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญส่งไปขายยังต่างแดน
ตลาดการค้าที่สำคัญคือหมู่เกาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวญี่ปุ่นนั้นให้ความนิยมเครื่องสังคโลกเป็นอย่างมากนำไปใช้ในพิธีกรรมสำคัญ
เช่น พิธีชงชา และมีชื่อเรียกเฉพาะเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า
"ซังโกโรกุ"
เป็นอย่างไรบ้างคะ
เครื่องปั้นสังคโลก
ศิลปะของไทยที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยุคโบราณ และยังทรงคุณค่า
มหาศาลในด้านของโบราณคดี
ถ้าอยากเห็นของจริงไปชมกันได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
เครื่องถ้วยสุโขทัย
การเริ่มต้น
และการสิ้นสุดของเครื่องถ้วยสุโขทัย
การเริ่มต้น อยู่ช่วงเวลาระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19
ซึ่งตรงกับราชวงศ์ซุ่ง ของประเทศจีน เนื่องจากในช่วงเวลานั้น
ทางภาคใต้ของประเทศจีน เกิดปัญหาการรบพุ่งกับชนเผ่ามองโกล
ทำให้มีชาวจีนอพยพเข้ามาในประเทศไทย
และมีบางส่วนที่อพยพลงมายังอาณาจักรสุโขทัย
ในจำนวนนั้นอาจมีช่างปั้นชาวจีนอพยพเข้ามายังอาณาจักรสุโขทัย
และได้นำเอาเทคนิคการปั้น เข้ามาเผยแพร่ และได้ใช้เมืองสวรรคโลกเป็นศูนย์กลางการทำเครื่องปั้นดินเผาในสมัยนั้น
เนื่องจากมีคุณภาพดินที่ดีกว่าที่อื่น ๆ
อีกทั้งยังมีการสันนิษฐานว่า
หลังจากนั้นมีช่างชาวจีนบางส่วน อพยพไปยังแม่น้ำน้อย
วัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
เนื่องจากในภายหลังได้มีการขุดพบหลักฐานโบราณวัตถุศิลปะอยุธยาตอนต้น
เช่นพระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผา
โดยมากเครื่องปั้นดินเผาที่สร้างขึ้นจากบริเวณวัดพระปรางค์เป็นภาชนะผิวหยาบ
มักเป็นไห หรือขวดทรงสูง ปากแคบและหนา มีหูทำเป็นรูปบ่วง เคื่องปั้นในบริเวณนี้มีอายุราวพุทธศตวรรษที่
22 - 23
ส่วนการสิ้นสุดของเครื่องถ้วยสุโขทัย
ยุติลงในช่วงการทำสงครามระหว่างอาณาจักรล้านนา และอาณาจักรอยุธยา
โดยเจ้าเมืองสวรรคโลกได้เข้าสวามิภักดิ์กับพระเจ้าติโลกราช
แห่งอาณาจักรล้านนา และน่าจะมีการกวาดต้อนผู้คน
ไปยังอาณาจักรล้านนาด้วย ทำให้การผลิตเครื่องถ้วยสุโขทัยยุติลง
และกลับไปเจริญรุ่งเรืองที่อาณาจักรล้านนา

เตาทุเรียง
เป็นชื่อเรียกเตาเผาถ้วยชามสังคโลกสมัยสุโขทัย
เตาทุเรียงที่สำรวจพบมีอยู่ 3 บริเวณด้วยกัน คือ
เตาทุเรียงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย เตาทุเรียงป่ายาง
และเตาทุเรียงเกาะน้อย ที่อำเภอศรีสัชนาลัย
เตาทุเรียงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัยเป็นเนินดินอยู่ระหว่างวัดศรีชุมและ
วัดพระพายหลวง ชาวบ้านเรียกกันว่า เนินร่อนทอง
บริเวณนี้นักโบราณคดีได้พบเตาเผาสังคโลกไม่น้อยกว่า 49 เตา
เต็มไปด้วยร่องรอยมูลดินกับเศษถ้วยชามสังคโลก
เตาแบบนี้เป็นเตาเผาแบบอิฐ กว้าง1.50-2.00 เมตร ยาว 4-5
เมตร ทำเป็นรูปคล้ายประทุนเกวียนแบ่งเป็น 3 ตอน คือ
ที่ใส่ไฟ ที่วางถ้วยชาม และปล่องไฟ
เครื่องสังคโลกที่เมืองสุโขทัยมีหลายประเภท
ส่วนมากเป็นประเภทเครื่องใช้ อันได้แก่ถ้วยชามจาน ไหดิน
ขวดหิน กระปุก กาน้ำ ช้อน ตลอดจนตุ๊กตารูปคน รูปสัตว์ ช้าง
ยักษ์ เทวดา พระพุทธรูป กระเบื้องมุงหลังคา สิงห์ สังคโลก
ลูกมะหวด ช่อฟ้า บราลี และหมากรุก
เครื่องสังคโลกที่เตาสุโขทัย
เป็นภาชนะถ้วยโถโอชามของใช้สอยส่วนใหญ่
ลักษณะเฉพาะของเตาทุเรียงเหล่านี้คือ
เครื่องปั้นเคลือบลวดลายสีดำ หรือสีน้ำตาล
เนื้อดินค่อนข้างหยาบ ชุบน้ำดินสีขาว ลวดลายสีดำ
แล้วเคลือบด้วยน้ำเคลือบใสสีเขียวอ่อน
การเรียงเครื่องถ้วยชามเข้าเตาเผาที่สุโขทัยใช้กี่
คือจานที่มีขาปุ่มห้าปุ่มวางคั่นระหว่างชาม
ดังนั้นชามของเตาสุโขทัยจึงมีรอยห้าจุดปรากฏอยู่
เครื่องสังคโลกเตาทุเรียงป่ายาง
อยู่ใกล้เมืองเก่าศรีสัชนาลัย ห่างจากกำแพงเมืองประมาณ ๕๐๐
เมตร สำรวจพบแล้ว ๒๑ เตา เป็นเตาทุเรียงที่เผาสังคโลกดีทั้งสิ้นคือ
ลวดลาย น้ำยาเคลือบสวยงามรูปแบบพิเศษกว่าที่อื่น
แยกเป็นเตาเผารูปยักษ์ นาค มกร และเตาเผารูปตุ๊กตา
เครื่องสังคโลกเตาทุเรียงเกาะน้อย
อยู่ถัดเตาป่ายางไปทางเหนือประมาณ ๔ กิโลเมตร
พบเตาในพื้นที่เกาะน้อยจำนวน ๑๕๐ เตา
และยังมีเตาอีกเป็นจำนวนมากจมฝังอยู่ใต้ดิน จำนวน ๑๓๑ เตา
และคาดว่ามีเตาที่สูญสลายไปแล้วอีกเป็นจำนวนมาก
เป็นแหล่งเตาเก่ามีการเผาเครื่องถ้วยก่อนสมัยสุโขทัย
เครื่องถ้วยเคลือบสีน้ำตาลที่เรียกว่าเชลียง
เครื่องถ้วยเผาที่เตาเกาะน้อยมีลักษณะคล้ายเครื่องถ้วยลพบุรี
มีทั้งสีน้ำตาลไหม้อย่างเครื่องเคลือบขอม
และสีน้ำตาลอมเหลือง เป็นเตาที่ทำเครื่องถ้วยชามมาก่อน
และเปลี่ยนมาเป็นเตาเผาเครื่องถ้วยเขียวไข่กา (เซลาดอน)
เป็นแหล่งผลิตส่งขายต่างประเทศโดยเฉพาะในอาเซียอาคเนย์
ส่วนใหญ่เป็น ชาม จาน จานเชิง ขวด สีของเครื่องสังคโลกมีหลายสี
เช่นสีน้ำตาล สีเหลืองอ่อน สีขาว
มีลวดลายที่เขียนด้วยสีที่เข้มกว่าลงในภาชนะภาชนะที่ยังดิบอยู่แล้วจึงชุบเคลือบและเผา
การเรียงเครื่องถ้วยในเตาเผาไม่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
อย่างเตาสุโขทัย แต่จัดวางบนกี่แท่งกลวง
ดังนั้นก้นชามที่เตาแห่งนี้จึงมีวงแหวนปรากฏอยู่
เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย
มีลวดลายเฉพาะตัว ลวดลายที่พบมากในถ้วยจานชามคือ ลายกงจักร
ลายปลา ลายดอกไม้ ฯลฯ
โดยเฉพาะลายปลาเป็นแบบเฉพาะของชาวสุโขทัย
มีลายสัตว์น้ำอื่น ๆ เช่น หอย กุ้ง ปู อยู่ด้วย
เครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย
สามารถแข่งขันกับงานเครื่องปั้นดินเผาของจีนในตลาดต่างประเทศได้อย่างดี
แม้ในปัจจุบันก็ยังเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก
|

การผลิตเครื่องสังคโลกในช่วงแรก
ราวพุทธศตวรรษที่
18 เพื่อประโยชน์ใช้สอย
และค้าขายในชุมชนและหัวเมืองใกล้เคียง
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 ชาวศรีสัชนาลัยสามารถสร้างเตาที่ใช้เผาเครื่องสังคโลกคุณภาพดี
และดำเนินการผลิตจนสามารถส่งออกขายอย่างแพร่หลายในตลาดต่างแดนได้ในพุทธศตวรรษที่
20-22 ราวพุทธศตวรรษที่ 21
มีการค้นพบคำคำหนึ่งในบันทึกของชาวญี่ปุ่น
คือคำว่า ซันโกโรกุ (sunkoroku)
เข้าใจว่าเป็นคำที่คนญี่ปุ่นพยายามออกเสียงโดยหมายถึง
สวรรคโลก (แหล่งหรือเตาเผาที่เมืองศรีสัชนาลัย
เดิมเรียก สวรรคโลก) ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นคำว่า
สังคโลก
โดยคนสยามอีกทีหนึ่ง เครื่องสังคโลกตามเหตุผลนี้จึงหมายถึง
เครื่องปั้นดินเผาทุกชนิดที่ผลิตในแคว้นสุโขทัย
กลุ่มผู้ซื้อไม่ว่าในประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์
อินโดนีเซียและประเทศอื่น ๆ
ต่างก็รู้จักกันในชื่อนี้ทั้งสิ้น |
|

เครื่องถ้วยจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย
เป็นแหล่งอุตสาหกรรมเครื่องสังคโลกที่สำคัญ
พบเตาจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่บริเวณสองฝั่งของแม่น้ำยม
ส่วนมากเป็น "เตาประทุน"
หรือเตาชนิดระบายความร้อนผ่านในแนวนอน
กลุ่มเตาที่สำคัญสองกลุ่มคือ
กลุ่มเตาบ้านเกาะน้อย และกลุ่มเตาบ้านป่ายาง
ในพุทธศตวรรษที่ 20 เครื่องสังคโลกศรีสัชนาลัยเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมของท้องตลาด
การผลิตสังคโลกในบริเวณศรีสัชนาลัยดำเนินกิจการในลักษณะอุตสาหกรรม
โดยมีอาณาจักรอยุธยาซึ่งมีอิทธิพลด้านการเมืองเหนือสุโขทัยและศรีสัชนาลัยดำเนินธุรกิจในฐานะรัฐที่เป็นพ่อค้าคนกลางนำใส่เรือสำเภาออกไปขายตามเมืองท่าทั้งในประเทศและ
นอกประเทศ
บันทึกการสั่งสินค้าของพ่อค้าฝรั่งชาติต่าง ๆ
ที่เข้ามาติดต่อค้าขายในกรุงศรีอยุธยา
ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 22
เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า เครื่องสังคโลกศรีสัชนาลัยยังคงเป็นสินค้าที่ยังเป็นที่นิยมอยู่
โดยเห็นได้จากจดหมายเกี่ยวกับการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาในปีพุทธศักราช
2157 กล่าวถึงความต้องการซื้อเครื่องถ้วยชามสังคโลกของพ่อค้าฮอลันดา
และกล่าวถึงความนิยมของชาวญี่ปุ่นว่า
ต้องการเครื่องสังคโลกของไทย |
|

สังคโลกหยุดการผลิตไประยะหนึ่ง
จนกระทั่งปลายศตวรรษ 1960 ได้มีการฟื้นฟูสังคโลกครั้งใหม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบล้านนาที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปาง
ปัจจุบันมีเครื่องสังคโลกสมัยใหม่ที่รู้จักกันในนาม
ศิลาดล ชามตราไก่ ในรูปของภาชนะแบบต่าง ๆ |
|

เครื่องสังคโลกของสุโขทัยนับวันจะหายากยิ่งขึ้น
ราคาบางชิ้นซื้อขายกันนับสิบล้านบาท
และมีแนวโน้มว่าไปอยู่ในต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทย
ผู้ที่มีส่วนสืบสานการทำเครื่องสังคโลกแบบโบราณ
คือ คุณสมเดช พ่วงแผน คุณลุงแฟง พรมเพ็ชร
และคุณสุเทพ พรมเพ็ชร ประมาณ พ.ศ. 2520
คุณสมเดช พ่วงแผนและพี่ชายคือ คุณประจวบ พ่วงแผน
ได้ศึกษาเรื่องดิน น้ำเคลือบ การเผา
จนมีความรู้และสามารถทำเครื่องสังคโลกได้
และได้สร้างพิพิธภัณฑ์เปิดชื่อ อาณาจักรพ่อกู
สังคโลก จัดแสดงเครื่องสังคโลกโบราณที่สะสมไว้ให้ผู้สนใจเข้าชม
พร้อมทั้งผลิตเครื่องสังคโลกเลียนแบบโบราณ
เครื่องสังคโลกรูปแบบใหม่ ๆ
ที่ใช้เป็นของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ
ผลงานใน อาณาจักรพ่อกู สังคโลก มีสังคโลกจำลองมากมาย
สิ่งที่คุณสมเดชภาคภูมิใจมากก็เพราะงานที่ผลิตออกไปทุกชิ้นถือว่าเป็นงานศิลปะมีชิ้นเดียวไม่ซ้ำกัน
ขณะที่คุณลุงแฟง พรมเพ็ชรและบุตรชายคือ คุณสุเทพ
พรมเพ็ชร ชาวบ้านอำเภอศรีสัชนาลัยก็ได้ริเริ่มทำสังคโลกเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน
โดยทำเครื่องสังคโลกแบบโบราณเช่นกัน
ทั้งยังออกแบบผลิตเครื่องสังคโลกเป็น ถ้วยชาม
ของที่ระลึกที่สวยงามและทรงคุณค่ายิ่ง เครื่องสังคโลกแบบของโบราณของคุณลุงแฟงมีความงดงามประณีตมาก
ในการประกวดเครื่องสังคโลกซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากรจัดขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2527
ผลงานของคุณลุงแฟงได้รับรางวัลดีเด่นและได้นำขึ้นทูลเกล้า
ฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบันคุณสุเทพ พรมเพ็ชรและครอบครัวเป็นผู้สืบทอดการทำเครื่องสังคโลกต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ผลงานของสุเทพสังคโลก มีทั้งที่เป็นถ้วยกาแฟ ชาม
จานที่ระลึก ตุ๊กตารูปต่าง ๆ ฯลฯ
เป็นที่นิยมชื่นชอบทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
สิ่งที่ภาคภูมิใจของคุณสุเทพ พรมเพ็ชรคือได้ปั้นจานสังคโลกขนาด
9 นิ้วเพื่อให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงทูลเกล้า ฯ
ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสครบวาระสามทศวรรษมหาวิทยาลัยรามคำแหง
เมื่อครั้งเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงรุ่นที่
27 เมื่อวันที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2545 |
|
แผนที่ ศูนย์อนุรักษ์ เครื่องถ้วยสังค์โลก ดีวีไทย


ชมภาพเครื่องถ้วยสังคโลก
จากพิพิทธิภัณฑ์ส่วนตัวครับ
ชมภาพพระพุทธรูป
จากหนังสือสมบัติของไทย