Museum of Discovery Thailand
The internet information, such as collecting, buying & selling about Buddha image and antiques especially Tel +086 670 8877
   
 

 

นายธนเษก อัศวานุวัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ตนได้มองถึงศักยภาพของกว๊านพะเยาสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์  ดังนั้นตนพร้อมด้วยนายอดุม อ่อนนวล ผู้อำนวยการศูนย์การท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการจังหวัดพะเยา จึงได้ออกสำรวจโบราณสถานที่เป็นวัดเก่าจมอยู่ใต้น้ำในกว๊านพะเยา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว      

         

จากการสำรวจ พบว่ามีวัดโบราณกว่า ๒๐ แห่ง จมอยู่ใต้น้ำในกว๊านพะเยา ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า ๑๒,๐๐๐ ไร่ ซึ่งจะมอบหมายให้สำนักงานโยธาและผังเมืองจังหวัดพะเยา เร่งดำเนินการทำแนวเขต โดยทำคันกั้นวัดทั้งหมด จากนั้นสูบน้ำออก จะทำให้เห็นวัดเก่ากว่า ๒๐ แห่ง ที่จมอยู่ใต้น้ำ จากนั้นก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเช่าเรือพายชมวัดเก่าโบราณดังกล่าว พร้อมชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านรอบกว๊าน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้

จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาด ๕.๑  ริกเตอร์ และมีศูนย์กลางที่ อ.แม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ๑๕ กิโลเมตร พระราชเจติยาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางวัดได้สำรวจพระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี พบว่ามีรอยร้าวเพิ่มขึ้นจากเดิม และยังพบรอยร้าวรอบตัวอาคารบางส่วน ปูนที่ฉาบไว้กะเทาะหลุดออกมา โดยรอยร้าวบางจุดกว้างเกือบ ๑ เซนติเมตร จึงเกรงว่าพระอุโบสถจะพังถล่มลงมาและเป็นอันตราย เนื่องจากยังมีการใช้ประกอบศาสนกิจของสงฆ์อยู่ คงจะต้องหารือเพื่อตรวจสอบโครงสร้างและบูรณะให้เร็วที่สุด

 

"ส่วนเจดีย์หลวง ศาสนสถานสำคัญของวัด ซึ่งในอดีตองค์ยอดเจดีย์เคยพังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อกว่า ๔๐๐ ปีก่อนนั้น โชคดีครั้งนี้ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากบูรณะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว" พระราชเจติยาจารย์กล่าว (มติชน ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙)

 

 

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัด วธ.กล่าวถึงการบูรณะพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ว่า เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุลำปางหลวง เนื่องจากได้รับรายงานจากสำนักงานศิลปากรที่ ๘ ว่าองค์พระธาตุลำปางหลวงมีความชื้นสูง และเสี่ยงต่อการพังทลายลงมา แต่ยังไม่สามารถเข้าไปบูรณะได้ เนื่องจากคนในชุมชนไม่ยินยอม ซึ่งได้มอบหมายให้ทางสำนักงานศิลปากรที่ ๘ เข้าไปทำความเข้าใจกับคนในชุมชนแล้ว

นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สาเหตุของที่โบราณสถานถล่ม และเสียหาย มักมีสาเหตุมาจากฝนที่ตกในปริมาณมาก อย่างกรณีของพระธาตุพนม จ.นครพนม ถล่มเสียหายเมื่อ ๓๐ ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะมีน้ำท่วมฐานรากมาก และมีน้ำซึมเข้าไปในตัวพระธาตุจนทำให้ถล่มลงมา การจะเข้าไปบูรณะป้องกันไม่ให้ถล่มนั้น จะต้องมีการระบายน้ำออกมาจากตัวพระธาตุ และฐานราก โดยในส่วนของพระธาตุดอยสุเทพที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีความเสี่ยงที่จะเสียหายกรณีเกิดแผ่นดินไหว กรมศิลปากรได้ติดต่อขอนมัสการเจ้าอาวาสเข้าไปเจาะตรวจตัวพระธาตุ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมศิลปากรค่อนข้างจะเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก

๒๖ ธันวาคม - นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับคุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการ วธ. เมื่อเร็วๆ นี้ คุณหญิงไขศรีได้สอบถามเรื่องที่จะให้วัดและภาคเอกชนสามารถเข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานได้หรือไม่ จากเดิมที่กรมศิลปากรจะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่าในแต่ละปีจะมีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ บริษัทเอกชน ธนาคาร เข้ามาร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์โดยสนับสนุนงบประมาณให้ปีละ ๕๐ - ๖๐ ล้านบาท แต่การจะให้วัดหรือบริษัทเอกชนสามารถเข้าไปทำการบูรณะได้เอง อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้ เพราะอาจจะไม่เข้าใจหลักทางวิชาการในการเข้าไปดำเนินการ ดังนั้น คุณหญิงไขศรีจึงอยากให้มีการจัดถวายความรู้แก่พระสังฆาธิการทั่วประเทศด้วย ซึ่งทางกรมศิลปากรจะได้เร่งปรับปรุงหนังสือการอนุรักษ์และดูแลโบราณสถานแจกจ่ายแก่วัดทั่วประเทศ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้วย

ด้านคุณหญิงไขศรีกล่าวว่า ที่ได้หารือในเรื่องนี้ เพราะมีหลายฝ่ายเสนอแนะมาว่าโบราณสถานหลายแห่งที่ขึ้นทะเบียนไว้ไม่สามารถซ่อมแซมเองได้ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากจะให้เอกชนหรือวัดที่มีงบประมาณเข้าไปซ่อมแซมโบราณสถาน โดยให้กรมศิลปากรดูแลแบบ แทนการดำเนินการเองทั้งหมด (มติชน ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๙)