Museum of Discovery Thailand
The internet information, such as collecting, buying & selling about Buddha image and antiques especially Tel +086 670 8877
   
   
   
 
 

ในบรรดาอาถรรพ์ด้านทำเสน่ห์ด้วยไสยศาสตร์ "น้ำมันพราย" ถือว่าเป็นสุดยอดของมนต์ดำสายล่างที่เข้มขลังและน่ากลัวที่สุด

น้ำมันพราย คือ น้ำมันที่ได้มาด้วยการใช้เทียนรนจากศพของหญิงตายทั้งกลม คือ หญิงตั้งครรภ์แล้วเสียชีวิตขณะลูกยังอยู่ในท้อง ผู้ที่สามารถรนน้ำมันพรายมาได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์แก่กล้า มีกำลังใจเข้มแข็งสูงมาก เพราะจะต้องเผชิญกับความน่าเกลียดน่ากลัวและน่าสยดสยองอย่างถึงที่สุด หรืออาจเผชิญกับอิทธิฤทธิ์ของวิญญาณผีตายทั้งกลมได้ทุกเมื่อ

หากไม่มีวิชาอาคมเข้มขลังและมีจิตใจที่มั่นคงอย่างแท้จริง มีสิทธิ์ที่จะเสียสติ เพราะความตื่นตะหนกสุดขีด กลายเป็นคนวิกลจริตฟั่นเฟือง หรืออาจถึงกับตายได้ง่ายๆ

น้ำมันพรายมีฤทธิ์ในทางชั่วร้าย และมีอาถรรพ์อันเข้มขลังอย่างยิ่ง หากเอาน้ำมันพรายไปแตะต้องสัมผัสถูกเนื้อของหญิงใด จะทำให้หญิงนั้นเกิดความปฏิพัทธ์ลุ่มหลงรักใคร่ในชายผู้เป็นเจ้าของน้ำมันพรายอย่างไ
ร้สติ มีอาการเพ้อครั่งประหนึ่งคนบ้า ต้องซมซานไปหาเจ้าของน้ำมันพรายเพื่อให้เขาเชยชม ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน

และเป็นที่เศร้าเสียอย่างยิ่งที่หญิงเคราะห์ร้ายคนนั้นจะกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนป้ำๆ
เป๋อๆ คุ้มดีคุ้มร้ายไปชั่วชีวิต และการถอนฤทธิ์น้ำมันพรายให้ออกไปจากตัวนั้น กระทำได้ยากยิ่ง หรืออาจไม่ได้เลย หากผู้ถอนไม่มีจิตตานุภาพแก่กล้าจริงๆ

จุดประสงค์ในการใช้น้ำมันพรายมักเกิดจากชายที่หมายปองหญิง ซึ่งเขาไม่มีน้ำใจไมตรีตอบสนอง หรือตัวเองเป็นชายต่ำต้อยด้วยคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่หวังอยากจะร่วมภิรมย์สมสู่กับหญิงสูงศักดิ์ เข้าทำนองดอกฟ้ากับหมาวัด ซึ่งไม่มีทางบรรจบพบกันได้ เพราะชาติตระกูลแตกต่างกันดุจฟ้ากับดิน

ชายผู้มีใจโฉดชั่วจึงได้หาทางใช้น้ำมันพรายกับหญิงนั้นให้สมประสงค์ของตัวเอง โดยไม่คำนึงว่าจะส่งผลร้ายแก่ผู้หญิงคนนั้นอย่างไรบ้าง

เรื่อง "น้ำมันพราย" เป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายและมีมานานตั้งแต่ครั้งโบราณ ถือกันว่าน้ำมันพรายเป็นคุณไสยอย่างหนึ่งของวิชาไสยศาสตร์สายล่าง มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชเข้าขั้นสูงสุด เนื่องจากผูกพันกับจิตวิญญาณของภูตผีปีศาจ ผู้ที่จะทำน้ำมันพรายได้ต้องเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ระดับสูงเท่านั้น จึงจะได้น้ำมันพรายมาครอบครอง

มีผู้เรืองอาคมทางศาสตร์แห่งไสยะ ซึ่งรู้แจ้งเห็นจริงในการทำน้ำมันพรายท่านหนึ่ง "อาจารย์สมศักดิ์ ตำหนิงาม" ท่านยินดีที่จะเปิดเผยเรื่องราวของน้ำมันพราย

อาจารย์สมศักดิ์ มีความสนใจใฝ่รู้ในเรื่องคาถาอาคมมาตั้งแต่เด็กๆ และมีโอกาสเล่าเรียนไสยศาสตร์จากครูบาอาจารย์หลายท่านหลายสำนัก

อาจารย์สมศักดิ์ได้เล่าถึงประสบการณ์การไปรนน้ำมันพรายโดยมีรายละเอียดว่า

ขั้นแรก จะต้องคอยสดับตรับฟังข่าวคราวว่ามีศพผู้หญิงตายทั้งกลมอยู่ที่ใดก่อน สำหรับหญิงตายทั้งกลมที่หมอผีผู้เรืองวิชาต้องการรนเอาน้ำมันพราย หากถึงแก่ความตายด้วยอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ถือว่ายังไม่**น ไม่ขลัง แต่ถ้าตายด้วยการฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย เป็นอุบัติเหตุตาย ว่าง่ายๆ คือตายโหง ถือว่าน้ำมันพรายจะเข้มขลังอย่างยิ่ง เพราะวิญญาณผู้ตายทั้งกลมจะมีอิทธิฤทธิ์แรงกล้าเปนพิเศษ

แต่ศพที่ตายจากการฆ่าตัวตายนั้นถือว่าฤทธิ์แรงมาก ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์ตายด้วยการฆ่าตัวตายนั้นเป็นที่ต้องการของหมอผี เนื่องจากเป็นวิญญาณดุร้ายเต็มเยม ด้วยอำนาจของโทสะ น้ำมันพรายที่ได้จากศพเช่นนี้ จะมีพลังความขลังสูงมากเป็นพิเศษ

อาจารย์สมศักดิ์เล่าว่าการไปรนน้ำมันพรายครั้งแรก เนื่องจากได้รับข่าวว่ามีศพของหญิงตายทั้งกลมรายหนึ่งถูกฝังที่ป่าช้าบ้านชัฏใหญ่ ตำบลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี รายนี้ถึงแก่ความตาย เนื่องจากเธอฆ่าตัวตาย เพราะท้องไม่มีพ่อ ฝ่ายชายไม่รับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ แถมยังหายหน้าหายตาไปจากหมู่บ้านอีก เธอจึงตัดสินใจกรอกยาฆ่าแมลงใส่ปากจนตายอย่างน่าสังเวชขณะตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน

ตามขนบธรรมเนียมความเชื่อของชาวไทยตามชนบท จะไม่นำศพที่ตายโหงไปเผา จะนำไปฝังที่ป่าช้าแทน

เมื่อหมอผีรู้รายละอียดดีแล้ว จึงเตรียมสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบพิธีไปเอาน้ำมันพรายครบครัน รอจนถึงคืนที่ 3 หลังจากฝังศพ ก็เดินทางไปยังป่าช้าแห่งนั้นอย่างเงียบๆ ในตอนดึกสงัด

เมื่อเข้าเขตป่าช้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ขออนุญาตนายป่าช้าก่อน นายป่าช้านี้เรียกว่า "ยายกะลาตากะลี" การขอนุญาตนายป่าช้าจะมีเครื่องเซ่นใส่กระทงสามเหลี่ยมทำด้วยกาบกล้วย เครื่องเซ่นมี
ข้าวสวย 3 ปั้น ไข่ต้ม 3 ลูก ปลา 3 หัว
หางปลา 3 หาง บุหรี่ 3 มวน เหล้าขาว 1 ขวด
จากนั้นก็จุดธูป 1 ดอก บริกรรมเรียกวิญญาณนายป่าช้ามารับเครื่องเซ่นสังเวย แล้วขอนุญาตนายป่าช้าว่าจะมารนเอาน้ำมันพรายจากศพหญิงตายทั้งกลมชื่อนั้นชื่อนี้(ระบ
ุให้ชัดเจน) หากนายป่าช้าอนุญาตก้อขอให้ธูปดับทันที ถ้าไม่อนุญาตก้อขอให้ธูปลามต่อไปจนหมดดอก

 

 

 

 

หลังจากอธิษฐานบอกกล่าวแล้วหมอผีก้อจะสังเกตดูว่าธูปที่จุดไว้เป็นอย่างไร หากธูปที่ส่องแสงเรืองๆนั้น ได้ดับสนิทลงในเวลาไม่ถึงอึดใจ แสดงว่านายป่าช้าไม่ขัดข้อง เมื่อเป็นเช่นนั้นการรนน้ำมันพรานก้อถือว่าด่านแรกได้ผ่านไปด้วยดี แต่ถ้านายป่าช้าไม่อนุญาต หมอผีจำเป็นต้องล้มเลิกการรนเอาน้ำมันพรายแต่เพียงเท่านี้

ขืนยังดื้อดึงจะรนเอาน้ำมันพรายให้ได้ นายป่าช้าจะคุมผีทั้งป่าช้ามาทำร้ายจนถึงขั้นตาย แม้จะมีวิชาอาคมขลังแค่ไหน ก็ยากที่จะต้านทานวิญญาณอันแก่กล้าจำนวนมากมายเป็นกองทัพได้

เมื่อผ่านขั้นแรกแล้ว คณะหมอผีก้อพากันไปที่หลุมศพหญิงตายทั้งกลมคนนั้น ซึ่งจะสังเกตได้ง่าย เพราะเหนือมูลดินหลุมศพ มีหนามพุทราวางเกลี่ยไว้ตลอดหลุม หนามเหล่านี้มีไว้มิใช่ป้องกันสุนัขหรือสัตว์อื่นมาคุ้ยหลุมศพ แต่เป็นการกระทำของสัปเหร่อที่มีอาคม วางหนามพุทราสะกดเพื่อไม่ให้วิญญาณผีตายทั้งกลมออกมาอาละวาด

หมอผีจะสั่งรื้อเอาหนามพุทราออกให้หมดระหว่างที่รื้อหนามออก จะต้องบริกรรมคาถาถอน หรือคลายมนต์สะกดไปด้วย

เมื่อหนามพุทราถูกกวาดออกไปหมดเกลี้ยง หมอผีจะต้องหาหินสะกด 3 ก้อน ซึ่งวางเรียงไว้ด้านศีรษะผีตายทั้งหลม ถ้าได้หิน 3 ก้อนแล้ว หมอผีจะต้องใช้อาคมตรวจดูว่าหินก้อนใดที่สัปเหร่อลงอาคมสะกดไว้ จากนั้นก็ต้องถอนคาถาสะกดออก

การป้องกันไม่ให้วิญญาณผีตายทั้งกลมอาละวาดเป็นวิชาไสยศาสตร์แขนงหนึ่งที่สัปเหร่อจะ
ต้องเรียนรู้คาถาสะกดหรือตรึงวิญญาณให้อยู่แต่ในหลุมศพ หลังจากถอนมนต์สะกดจากหินออกไปแล้ว หมอผีจะใช้มีดหมอปักดินแล้วงัดเปิดขึ้นมารอบๆหลุมศพทั้ง 8 ทิศ
เป็นการเบิกธรณีก่อนที่จะให้ผู้ติดตามขุดเอาดินปากหลุมออกจนถึงฝาโลง เมื่องัดฝาโลงให้ตะปูถอนเขยื้อนขึ้นมาหมดทุกตัว แต่ยังไม่เปิดฝาโลงออก หมอผีจะให้ผู้ที่ติดตามถอยอยู่ห่างๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ

ผู้เปิดฝาโลงก็คือหมอผี ทันทีที่ฝาโลงถูกเปิดออกกลิ่นเน่าเหม็นของศากอศุภะ ซึ่งกำลังขึ้นอืด เพราะไม่ได้ฉีดยารักษาศพ จะกระจายตลบไปทั่วอาณาบริเวณ และในเสี้ยวเวลาที่ฝาโลงถูกพลิกเปิดถือกันว่าเป็นห้วงเวลาอันตรายสำหรับหมอผี

เพราะผีตายทั้งกลมที่วิญญาณ**นจริงๆจะแผลงฤทธิ์ในจังหวะนี้ เนื่องจากมนต์ที่สะกดถูกถอนออกจนหมด

ในรายที่ผี**นมันจะหวีดร้องเสียงยะเยือกแล้วร่างจะทะลึ่งพรวดเหยียดยาวสูงลิบลิ่ว
เป็นการหลอกหลอนซึ่งๆ หน้า ถ้าหมอผีไม่ได้เคี่ยวกำกับวิญญาณร้ายมาอย่างโชกโชน มีหวังพิธีแตกเอาง่ายๆ

แต่หมอผีที่สมาธิแก่กล้าก้อจะยริกรรมคาถาไปเรื่อยๆ จนกำราบวิญญาณร้ายให้อ่อนกำลังลงจนกว่าร่างที่ยืดยาวจะหดตัวต่ำลงมากระทั่ง มานั่งประจัญหน้ากัน

คราวนี้หมอผีจะทำการตัดด้ายตราสังที่มัดข้อมือออก แล้วบอกกล่าวให้ผีรู้ว่าจะมาขอเอาน้ำมันพราย จะให้หรือไม่? ถ้าให้จะให้ตรงไหน? ถ้าผียินยอม ผีก้อจะบอกไปว่าบริเวณใดที่จะให้ใช้ไฟรนได้

เทียนที่จะใช้รนเอาน้ำมันพรายต้องทำจากขี้ผึ้งแท้ ยาวเท่า 1 ศอกของหมอผี ไส้เทียนใช้ด้าย 80 เส้นมาฝั้น ระหว่างฝั้นก็ต้องบริกรรมคาถาสะกดวิญญาณไปด้วย และจะต้องบริกรรมไม่ให้ขาดตอน จนกว่าการทำเทียนจะสิ้นสุด

เมื่อใช้เทียนรนจนน้ำเหลืองหรือน้ำมันละลายหยด ให้ใช้ชามโคม หรือถ้วยกระเบื้องไปรองรับ ซึ่งจะได้น้ำมันจากศพอย่างมากก็ไม่เกิน 10 หยด เมื่อได้น้ำมันมาแล้วก็เทรวมกับน้ำมันซึ่งเตรียมใส่ขวดปากกว้าง น้ำมันที่เตรียมมานี้ไมาใช่น้ำมันธรรมดา

เป็นน้ำมันที่ได้มาโดยการผสมผสานระหว่างน้ำมันมะพร้าวซึ่งเคี่ยวจากมะพร้าวล้างหน้าศ
พ 7 ศพ และขี้ผึ้งปิดากผีอีก 7 ศพ

มะพร้าวล้างหน้าศพก็คือมะพร้าวที่สัปเหร่อผ่าเอาน้ำมาล้างหน้าศพก่อนเผา หลังจากผ่ามะพร้าวแล้วจะต้องไม่ให้มะพร้าวถูกพื้นดินให้เก็บไว้ในที่สูง แล้วขูดเอาเนื้อมะพร้าวทั้ง 7 ลูก ไปเคี่ยวจนเป็นน้ำมัน แล้วเอาขี้ผึ้งที่ใช้ปาก จมูก ตา หู ศพ 7 ศพ นำไปเคี่ยวรวมกับน้ำมันมะพร้าวจนเข้ากันดี แล้วจึงเทใส่ขวดรวมไว้

หลังจากรนเอาน้ำมันพรายเสร็จแล้ว ก้อให้มัดด้ายตราสังที่ข้อมือของศพไว้ดังเดิม

การได้น้ำมันพรายจากผีตายทั้งกลมขั้นแรกมาแล้ว ยังใช่ไม่ได้ทันที จะต้องนำมาทำพิธีหุงต่อไปอีกจึงจะใช้ได้ การหุงหรือเคี่ยวน้ำมันพรายในขั้นตอนต่อไปให้เอาถ่านเผาผีที่หัวกองฟอนมา 7 แห่ง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเคี่ยวน้ำมันพราย

สถานที่เคี่ยวน้ำมันพรายให้ผสมผสานกลมกลืนกับน้ำมันมะพร้าวและขี้ผึ้งปิดปากผีคือทาง
สามแพร่ง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวส่วนไม้พายที่ใช้คนต้องใช้กิ่งพุทราตายพรายชี้ไทางทิศตะวันออกมาเ
หลาทำเป็นไม้พายเท่านั้น ระหว่างที่เคี่ยวหมอผีต้องบริกรรมคาถากำกับตลอดเวลา

เมื่อหุงหรือเคี่ยวน้ำมันพรายได้ดีแล้วต้องเอาไปเสกต่อในโบสถ์อีก ตำแหน่งที่วางขวดใส่น้ำมันพรายบนโบสถ์จะต้องดูว่าสายตาของพระประธานซึ่งทอดพระเนตรลง
มาตกกระทบพื้น ณ ที่ใด ให้เอาขวดน้ำมันพรายวางตรงตำแหน่งนั้น แล้วบริกรรมเสกคาถาลงไป โดยเริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงเวลาที่แสงพระอาทิตย์สาดเข้ามาในโบสถ์ได้ระดับกั
บพระเนตรของพระประธาน

แล้วจึงหยุดบริกรรมคาถา ให้กระทำแบบนี้ในโบสถ์ทั้งหมด 7 โบสถ์ จึงถือว่าสิ้นสุดพิธีกรรม น้ำพรายที่ได้ถือว่านำไปใช้งานได้แล้ว

การมีน้ำมันพรายไว้ครอบครองจะวางทิ้งไว้เฉยๆ ก้อไม่ได้ ทุกๆวันจะต้องนำอาหารคาวหวานมาเซ่นเป็นประจำ เพราะของสิ่งนี้มีวิญญาณของผีตายทั้งกลมสิงอยู่ด้วย

อาจารย์สมศักดิ์เล่าอีกว่า ตนเองเคยเหนคนที่ถูกน้ำมันพรายแล้ว น่าสังเวชมาก เรื่องมีอยู่ว่า...

ในหมู่บ้านนั้น มียายหลี แกเป็นคนสวยมากๆ คนหนึ่งในหมู่บ้านนี้ เป็นคนถือตัว เชื่อฟังพ่อแม่ แกไปถูกน้ำมันพรายเข้า จากคนชื่อ เยื้อน ตาเยื้อนแกชอบยายหลีมานานแล้ว แล้วยายแกไม่เล่นด้วย เลยโดนของดีเข้า

ยายแกเกิดคุ้มดีคุ้มร้ายมาหลายวัน บ้าคลั่งอย่างน่ากลัว บ่นหาแต่ตาเยื้อน จนกระทั่งหนีไปที่บ้านตาเยื้อน พ่อแม่และญาติๆ ไปเรียกก้อไม่ยอมกลับ บอกว่าจะยอมเป็นเมียตาเยื้อน
ต่อ
ตาแกก้อรักยายหลีมาก เลี้ยงยายแกอย่างดี แต่ยายแกก้อคุ้มดีคุ้มร้ายแบบเดิมๆ มาตลอด จนวันหนึ่งตาเยื้อนแกตายไปเสียก่อน แล้วต่อมายายหลีก้อได้ตายตามไปทีหลัง ซึ่งอายุได้ ซัก 70 กว่าๆ

อาจารย์สมศักดิ์ได้ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อให้ บอกว่าศพยายหลีแกแปลกมาก ศพที่วางอยู่บนเสื่อมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกมามากมาย กลิ่นฟุ้งไปทั่ว บ้างก้อหอมชวนดม บ้างก้อเหม็นสาบสาง ดูๆแล้วก้อน่าสมเพชอยู่มากนัก

นี่ก้อเปงเพียงประสบการณ์อย่างหนึ่งเกี่ยวกับฤทธิ์ของน้ำมันพราย ที่ผมสามารถหามาได้


ครูบาแบ่ง วัดบ้านโตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นศิษย์สำนักเดียวกันกับครูบากฤษณะ วัดป่ามหาวัน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ทั้งสองรูปเป็นญาติกันครับ ครูบาแบ่งเป็นญาติผู้พี่ ท่านอายุมากกว่าครูบากฤษณะ 1 ปี และไปเรียนวิชาครอบครูก่อนตั้งแต่สมัยเป็นฆาราวาส ท่านไปเรียนที่สำนักภูเขา** แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ครูบาแบ่งเชี่ยวชาญด้านวิชาอาคมไสยเวทย์ต่างๆมาก มีพลังจิตล้ำลึก กสิณไฟแรงมาก ท่านลืมตาปลุกเสก เมื่อท่านเพ่งกสินปลุกเสก ดวงตาจะแดงเถือกน่ากลัวมาก อุปนิสัยท่านใจดีมาก มีเมตตาสูง ใครขออะไรถ้าให้ได้ท่านให้หมดครับ แต่คุยไม่เก่ง ถามคำตอบคำ ชอบเก็บตัว ไม่ชอบเป็นข่าวมากนัก วัตถุมงคลรูปสาลิกาเนื้อผงท่านสร้างมาตั้งแต่ปี 2537 สร้างวัตถุมงคลออกมาเรื่อยๆ แต่ละรุ่นสร้างน้อย จำกัดแค่มวลสาร มีเท่าไหร่สร้างแค่นั้น หมดแล้วหมดเลย และแปลกมากว่าวัตถุมงคลของท่านหมดเร็วมาก เรียกว่าช้าไม่ได้ ทำให้ของท่านค่อนข้างหายาก สีผึ้งพรายของท่านนี้เด็ดสุดพุทธคุณสูงมากใช้ได้ครอบจักรวาล นานๆในวาระสำคัญท่านจะหุงมาทีหนึ่ง แป๊บเดียวหมดครับ ผงมวลสารที่ท่านนำมาสร้างวัตถุมงคลมีแต่ของระดับสุดยอดเหนือชั้น เป็นมวลสารล้วนๆ เด่นทางด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ โชคลาภ แคล้วคลาดเป็นหลักครับ อิทธิคุณแรงและเห็นผลเร็วน่าอัศจรรย์มาก ท่านผสมผงเองและกดพิมพ์เองที่วัดทุกชิ้นทุกองค์ครับ หายากแล้วในสมัยนี้ที่พระเกจิจะสร้างวัตถุมงคลด้วยตัวเองครับ ของวิเศษท่านมีมากมายมีคนนำมาให้ ท่านคมในฝักใครได้ลองสัมผัสจะรู้ ว่าครูบาแบ่งไม่ธรรมดาครับ

น้ำมันพราย คนธรรมดาคุมไม่เป็น ไม่มีคาถากำกับ ใช้แล้วอันตราย ทั้งคนใช้ทั้งคนโดนของ ใครโดนของสติจะวิปลาส รักษาไม่หายครับ แต่หากนำมาหุงใหม่กับสีผึ้งผสมว่านอาถรรพ์ทำเชื้อให้อ่อนลงโดยเกจิผู้มีวิชาอาคมแก่ก
ล้า คุมวิญญานพรายได้ถาวร จะส่งผลดีช่วยเหลือเราได้ ใช้ในทางที่ถูกต้อง ไม่ผิดศีล ไม่ผิดเมียใคร ได้ผลแล้ว ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา จะส่งผลบุญให้เขาได้บุญพ้นจากวิบากกรรมนี้ได้เร็วขึ้น หากใช้ทางที่ผิดอาจเกิดผลเสียหายภายหลัง ของแบบนี้ครูบาอาจารย์ท่านสาปแช่งไว้ครับ

 

 
 

บท แรกเป็นคาถา เรียก น้ำมันพราย ให้ทำครั้งแรกครั้งเดียวในตอนที่ได้มา

โอมปลุกมหาปลุก กูจะปลุกทั้งชั้นฟ้าแลชั้นดิน นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งพระสมุทรและสายสิน นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งพระอินทร์ และพระพรหม นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งพระยมและพระกาฬ นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งพระจตุโลกบาลทั้งสี่ นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งพระมาตุลีที่มีฤทธิ์ นะมะพะทะ กูจะปลุกทั้งจิตและทั้งใจ ให้ลุกขึ้น นะมะพะทะ โอมปลุกมหาปลุกลุกลุกสวาหะฯ

 โอมตำเนินพระราม นะมะพะทะ พระศุกร์ กูจะปลุกพระยันต์ทั้งหลาย นะมะพะทะ กูจะสำแดงพระนาราย นะมะพะทะ กูจะปลุกพระยันทั้งหลายให้ลุกขึ้น นะมะพะทะ โอมปลุกมหาปลุกลุกลุกสวาหะฯ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต๋ อะระหะโต๋ สัมมาสัมพุทธธัสสะ    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต๋ อะระหะโต๋ สัมมาสัมพุทธธัสสะ    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต๋ อะระหะโต๋ สัมมาสัมพุทธธัสสะ นะโมพุทธายะ อมสามสิบจ้างกินหญ้าป่าขุย อมสี่สิบจ้างกินหญ้าป่าบง สพไส่จ้างไขหื้อหนก็หน สพไส่ขอนไขหื้อกิ้งก็กิ้งสพไส่ถ้วยอย่างหิ้งก็หื้อเเล่นละมา หื้อมึ หฮักกูเหมือนหมาฮักลูกมึ ฮักกูเหมือนลูกฮักนม มึง ฮักกูเหมือนคิงฮักข้างมึ ฮักกูเหมือนจ้างฮักงา มึ ฮักกูเหมือนราชสีฮักถ้ำ มึ ฮักกูเหมือนเดือนเเลรักษาบนฟ้าอากาศ มึฮักกูเหมือนพระวาดเอาโกม อมสวาหุมติด เวลาเรียกใช้ธูป5 เทียน5 ดอกไม้ขาวข้าวตอกเหล้าครึ่งขวด ตั้งนะโม สัคเคนึกถึงครูบาอาจารย์ ให้มาประสิทธิประสาทกิจในพิธี ให้ทําวันอังคาร

ผู้ทำพิธี ต้องอยู่ศีล(ถือศีลก่อน 3วัน)งดประเวณี และการด่าทอ

 

บทที่ 2 เป็นคาถาอาราธนา น้ำมันพราย ไว้บนหิ้งเพื่อค้าขาย

ตั้งนะโม 3 จบ
โอม! พระพักตร์พระลักษณ์หน้าทอง สุวรรณผุดผ่อง หน้าทองพระพักตร์ ชายเห็นชายรัก สาวเห็นสาวรัก ผู้ใหญ่เห็นก็รักพากันโสมนัส ใครเห็นใครก็รัก รู้จักกูทุกถ้วนหน้าไม่ว่าใคร นะจับจิต โมจับใจ พุทโยงใย ธาหลงใหล ยะร้องไห้มาหากู ปะสะสัมมะปะติถามิ.

นะวน นะเวียน นะสถิต นะเสถียร นะสะดุ้ง นะสะเทือน นะเวียนมาหากูนะ

โอม! พระแลงเป็นแสงพระลักษณ์ พระฤาษีจับปากกา พระลักษณ์จับหน้า จับตาสวาหะ นะเห็นหน้ากูอยู่ไม่ได้ โมร้องไห้ครวญคราง พุทกอดไว้มิใคร่จะวาง ธาครวญครางสะอื้นให้ ยะหลงใหลในจิต หญิงใดชายใดได้เพ่งพิศเห็นหน้ากู ก็อยู่มิได้ร้องไห้มาหากู โอมประสิทธิแก่กูสวาหะ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชนา พหูชนาเอหิ

 

บทที่ 3 เป็นคาถาดีดน้ำมันพราย ..

 

นะเมตตา โมกรุณา พุทปรานี ธายินดี ยะเอ็นดู เมตตาตัวกูคือหญิงชายทั้งหลาย พุทสังมิ พุทโธ พุทธัง อะระหังพุทโธฯ คาถาประสพเนตร (อีกบทหนึ่ง) aโอมพระนัยยะเนตรกูเอ๋ย จงมาเกิดเป็นบ่วงคล้องต้องตานาง โอมนะโมจิตตังพันธังทะนังสวาหะฯ

โอมกูจะเสกน้ำมันขึ้นใส่หัว นะมะพะทะ หน้ากูคือดอกบัว นะมะพะทะ หัวกูงามคือกรงจักร นะมะพะทะ หญิงเห็นหญิงรัก นะมะพะทะ ชายเห็นชายชม นะมะพะทะ ขุนนางท้าวพระยา ย่อมมาพิศวง ให้ระทวย งวยงง โอมสิทธิสวาโม๋ม(โหม)ฯ


นะสะหะตะตา จิตตังอิถี โสแห่งนาม (ชื่อผู้ชาย)จงมาหากูอาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ มานิมามะมะฯ aนะสะหะตะตา จิตตังอิถี โยแห่งนาม (ชื่อผู้หญิง)จงมาหากูอาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ มานิมามะมะฯ เก้าจบ คาถานี้ไม่มีบทถอน อันตรายมาก ใช้พึงระวัง

คนโบราณเล่าให้ฟังว่า ถ้าจะถอนคาถาบทนี้ต้องเอาตะไคร้ปักกลับด้านเอารากชี้ฟ้าและปลูกไว้จนเป็น ถึงจะแก้ได้ ความหมายคือ แก้ไม่ได้นั่นเอง