
พระปิดตาพระครูทับ วัดทองพิมพ์ยันต์ยุ่ง
พระปิดตามหาอุตม์ พิมพ์ยันต์ยุ่ง เป็นพระปิดตานั่งสมาธิเพชร ขาไขว้
บางองค์มีพระกร 3 คู่ บางองค์มีถึง4 คู่ โดยคู่แรกยกขึ้นปิดพระพักตร์
คู่ที่สองยกมือขึ้นปิดพระกรรณ คู่ที่สามล้วงลงปิดทวารหนักและทวารเบา
คู่ที่สี่ปิดพระนาภี(สะดือ
พระปิดตาที่ขึ้นชื่อลือชามากในวงการพระเครื่องบ้านเรา นอกจากพระปิดตา
หลวงปู่เอี่ยมวัดหนังธนบุรี กทม. แล้ว
ก็ต้องกล่าวถึงพระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง
กทม. ควบคู่กันไปทั้งสองสำนักเลยทีเดียว
เพราะถือว่าเป็นพระปิดตาที่มีความนิยม
แสวงหากันมากมาโดยตลอด หากแต่พระปิดตาของวัดหนังนั้นสร้างออกมาหลาย
เนื้อหาด้วยกัน
แต่ของวัดทองส่วนมากจะเป็นเนื้อสำริดที่มีศิลปะงดงามยิ่ง
วัดทอง หรือ
วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร มีนักสะสม
พระเครื่องน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักวัดนี้
ที่ไม่รู้จักอาจเป็นด้วยเพิ่งแรกก้าวเข้ามาสู่วงการ
สังสรรค์
แต่คนที่ผ่านเส้นทางมาอย่างยาวนานย่อมสดับรับฟังถึงเรื่องราว ของ
พระปิดตามหาอุตม์ วัดทอง มาแล้ว
และอาจมีอยู่ในความครอบครองเสียด้วยซ้ำไป
แต่หลายคนที่ได้ชื่นชมเพียงภาพถ่าย หรืออาจจะได้สัมผัสกับพระองค์จริง
จาก
เจ้าของที่สนิทสนมกันเท่านั้น
โดยไม่อาจที่จะเป็นเจ้าของพระปิดตามหาอุตม์
ได้ด้วยเหตุผลนานาประการ
วัดทอง (วัดสุวรรณาราม)
เป็นวัดโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้ง
กรุงศรีอยุธยาเดิมมีชื่อว่า วัดทอง
แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างว่าเป็นผู้ใด
สร้างวัดแห่งนี้
แต่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาโดยเฉพาะในครั้งรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้รื้อวัดทองเสียแล้ว
สถาปนาขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอารามสร้างพระอุโบสถเก๋งด้านหน้า
วิหารกำแพงแก้ว
และอื่นๆ เมื่อสถาปนาแล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุวรรณาราม" |
นอกจากนี้
สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทรงมีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องเป่าช้าขึ้นคือ
เมรุ สร้างหอสวดมนต์ หอทิ้งทานโรงโขน โรงหุ่น ระทา และพลับพลา
โรงครัวพร้อมทุกอย่างถวายเป็นสมบัติของพระบรมมหาราชวัง
สำหรับพระราชทานเพลิงศพอีกส่วนหนึ่ง
ในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
โปรดเกล้าฯ ให้มีงานฉลองวัดสุวรรณาราม เมื่อพ.ศ.2374 ซึ่งโปรดเกล้าฯ
ให้ฉลองพร้อมกันรวม 9 พระอาราม คือวัดราชโอรส
ที่ทรงบรูณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 2 มาสำเร็จในปีนั้น และอีก 8
พระอาราม คือ วัดสระเกศ วัดราชสิทธาราม วัดอรุณราชวราราม วัดภคินีนาถ
วัดโมลีโลกยาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม วัดพระยาทำ และวัดสุวรรณราม ทั้งหมดบูรณะสำเร็จบ้าง
ยังค้างคาอยู่บ้าง ซึ่งก็โปรดให้ฉลองพร้อมกัน
สำหรับ วัดทอง (วัดสุวรรณาราม)
แล้วนั้น
ความโด่งดังและมีชื่อเสียงของวัดแห่งนี้นอกเหนือจากความงดงามในคุณค่าของ
"จิตรกรรมฝาผนัง" ในพระอุโบสถ อันเป็นผลงานของจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 3
คือ ครูทองอยู่และครูคงเป๊ะ แล้ว ชื่อเสียงของวัดทอง
หรือวัดสุวรรณารามยังคงเป็นที่รู้จักกันสำหรับนักสะสมพระเครื่อง
โดยผ่านทางพระพิมพ์หรือ "พระเครื่อง"
อีกส่วนหนึ่งและความโด่งดังจากส่วนนี้ นำมาจาก "พระปิตตามหาอุตม์ยันยุ่ง"
อย่างไรก็ตามมรดกของหลวงพ่อทับ อินทโชติ
ที่ได้ทิ้งไว้ในคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงท่าน
อันเป็นที่รู้จักกันดีของนักสะสมพระเครื่อง
และผู้ที่สนใจพระเครื่องทั้งหลาย คือ พระปิดตามหาอุตม์
ซึ่งมีทั้งเนื้อสำริดเงิน เนื้อชินตะกั่ว เนื้อเมฆพัด
เนื้อสำริดแบบขันลงหิน เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อแร่บางไผ่อีกด้วย
ซึ่งถือได้ว่าเป็นเนื้อพิเศษมากที่พบเห็นได้น้อยองค์หายาก ด้วย
หลวงพ่อทับ อินทโชติ ได้เนื้อแร่บางไผ่มาจาก หลวงปู่จัน วัดโมลี
จังหวัดนนทบุรี เจ้าของและต้นฉบับพระปิดตาแร่บางไผ่
แห่งเมืองนนทบุรีนั่นเอง
มนต์เสน่ห์ของพระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง เนื้อสำริด กทม.
ถือได้ว่าเป็นพระปิดตาเพียงสำนักเดียว
ที่มีพิธีการสร้างอย่างปราณีตที่สุด
และเป็นการสร้างขึ้นมาจากแม่พิมพ์และองค์พระเท่านั้นทำให้ไม่มีองค์ไหนเลยที่จะเหมือนกัน
นอกจากจะมีความใกล้เคียงกันทางด้านพิมพ์ทรงเท่านั้น
แต่สามารถพิจารณาได้ว่า เป็นงานช่างเดียวกันและเนื้อหาเป็นหลักสำคัญ
ในการพิจารณาพระแท้หรือพระปลอม
แต่หากผู้ที่มีความชำนาญแล้วสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน
ว่าพระปิดตาองค์ไหนแท้หรือปลอมได้อีกด้วย

พระปิดตาพระครูทับ วัดทองพิมพ์ยันต์ยุ่ง
ด้านหลังองค์พระ ตรงกลางเป็นยันต์เฑาะว์ อุณาโลมหางสะบัดขึ้นด้านบนเศียร
หรืออาจเป็นตัวอักขระขอมตัวอื่น ด้านข้างตัวเฑาะว์อุณาโลม
เป็นตัวอุณาโลมขนาบข้าง 2 ตัว ด้านล่างเป็นอักขระว่า "นะ มะ พะ ทะ"
ทางด้านลักษณะขององค์พระที่ปิดตานั้นมีทั้งในลักษณะต้อ
บางองค์ก็มีพระชานุ (เข่า) ที่กว้างขณะเดียวกันกับในบางองค์
ก็เป็นแบบพระชานุ (เข่า) แคบ ซึ่งเรียกขานแยกเป็นพิมพ์ได้ว่า
พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรโต พิมพ์ยันต์ยุ่งต้อเข่ากว้าง
พิมพ์ยันต์ยุ่งชะลูดเข่าแคบ พิมพ์ตุ๊กตา
และในพระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งนี้หากพิมพ์ใดหรือพระองค์ใด
มีอักขรขอมปรากฏตรงพระเพลา (ขาและแข้ง)
จะเป็นพิมพ์ทรงอีกพิมพ์หนึ่งที่เรียกกันว่า พิมพ์ยันต์น่อง
พระปิดตาอันโด่งดังของหลวงพ่อทับถูกจัดอยู่ในชุด "เบญจภาคีมหาอุตม์"
พระปิดตามหาอุตม์ที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อโลหะ
เป็นการสร้างขึ้นด้วยการปั้นหุ่นขี้ผึ้งทีละองค์
จากนั้นจึงปั้นด้วยยันต์ขึ้นมาเบ้าหล่อพระปิดตาวัดทอง
ทำแบบเบ้าหล่อละลายตัว
หุ่นขี้ผึ้งจะละลายไปด้วยเมื่อเทโลหะหลอมลงไปในเบ้าทีละเบ้า
จึงทำให้พุทธลักษณะขององค์พระจะออกมาไม่เหมือนกันแบบฝาแฝดแต่จะมีลักษณะ
คล้ายคลึงกันได้บางในบางองค์เท่านั้น ในทำเนียบเบญจภาคีมหาอุตม์
บรรจุพระปิดตามหาอุตม์หลวงพ่อทับ อินทโชติ ไว้คือ
พระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตร และพระปิดตาพิมพ์ยันต์น่อง
แต่ความจริงแล้ววงการแบ่งแยกพิมพ์ทรงพระปิดตาหลวงพ่อทับไว้อีกหลายพิมพ์ทรงคือ
พิพม์ชะลูด พิมพ์นั่งยอง พิมพ์ภควัม พิมพ์หัวบายศรี พิมพ์ตุ๊กตายันต์น่อง
พิมพ์นั่งบัวเศียรแหลม ฯลฯ

ใต้ฐานองค์พระ เป็นแอ่งลึก
ในความแตกต่างของ พระปิดตามหาอุตม์ ระหว่าง หลวงพ่อทับ อินทโชติ วัดทอง
และพระภาวนาโกศลเถร (เอี่ยม สุวณฺณสโร) วัดหนัง
คือของวัดทองการล้วงปิดทวารนั้น เป็นการล้วงจากด้านในของหน้าตัก
ส่วนของวัดหนังจะล้วงลงปิดทาวรจากด้านนอกของหน้าตัก
ส่วนพิมพ์ที่มีราคาการเช่าหาบูชากันแพงที่สุดเห็นจะเป็น
พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตร พิมพ์ยันต์น่อง
พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตรนั้นถือว่าเป็นหลักสากลและมีการปลอมกันมากที่สุด
เป็นพิมพ์ที่มีเนื้อหาเข้มข้นเส้นยันต์ลึกคมชัดทุกองค์พิมพ์ทรงนี้ถือว่ามีการสร้างไว้เป็นจำนวนมากและมีอยู่หลายเนื้อหาด้วยกันคือเนื้อสำริด
เนื้อชิน เนื้อเมฆพัดและเนื้อผง พระพิมพ์นี้เศียร
ขององค์พระจะมีลักษณะคล้ายบาตรใส่ข้าวพระและมีทั้งขนาดใหญ่และเล็กอีกด้วย
ส่วนพิมพ์ยันต์น่องจะมีลักษณะสำคัญของพิมพ์นี้คือมียันต์คล้ายเลขหนึ่ง
อยู่ที่น่องขององค์พระและเป็นที่นิยมแพร่ในวงการเป็นพระปิดตามหาอุตม์อีกสำนักหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากทางด้านมหาอุตม์หยุดปืนผาหน้าไม้เป็นที่เชื่อกันว่า
สุดยอดเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลกันเลยทีเดียวครับ