D i s c o v e r y T h a i l a n d  M u s e u m   o f   B u d d h a   i m a g e s
Museum of Dvthai collection of Buddha image from southeast  Asia
 
 
     

 

 

Museum of Discovery Thailand   is your key to the internet information, such as collecting, buying & selling about Buddha image and antiques especially Images of Thai Buddha  Mysite is the place to share information, experience, tips, goods and services.  Most of the collections are sold at more than the reasonable prices compare with most international standards. Please Enter & Enjoy our Site.

Oversea call +66 8670 8877 and contact us  nokkiller@hotmail.com  Thankyou

Show Room 12/2550

   

พระปิดตามหาอุตม์อีกสำนักหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากทางด้านมหาอุตม์หยุดปืนผาหน้าไม้เป็นที่เชื่อกันว่า สุดยอดเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลกันเลยทีเดียว อีกทั้งมูลค่าในการเช่าหาบูชากันสูงถึงหลักแสนต้นๆ ถึงกลางพระปิดตาอันโด่งดังของหลวงพ่อทับถูกจัดอยู่ในชุด "เบญจภาคีมหาอุตม์" พระปิดตามหาอุตม์ที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อโลหะ เป็นการสร้างขึ้นด้วยการปั้นหุ่นขี้ผึ้งทีละองค์ จากนั้นจึงปั้นด้วยยันต์ขึ้นมาเบ้าหล่อพระปิดตาวัดทอง ทำแบบเบ้าหล่อละลายตัว หุ่นขี้ผึ้งจะละลายไปด้วยเมื่อเทโลหะหลอมลงไปในเบ้าทีละเบ้า จึงทำให้พุทธลักษณะขององค์พระจะออกมาไม่เหมือนกันแบบฝาแฝดแต่จะมีลักษณะ คล้ายคลึงกันได้

 

 

พระปิดตาพระครูทับ วัดทองพิมพ์ยันต์ยุ่ง

พระปิดตามหาอุตม์ พิมพ์ยันต์ยุ่ง เป็นพระปิดตานั่งสมาธิเพชร ขาไขว้ บางองค์มีพระกร 3 คู่ บางองค์มีถึง4 คู่ โดยคู่แรกยกขึ้นปิดพระพักตร์ คู่ที่สองยกมือขึ้นปิดพระกรรณ คู่ที่สามล้วงลงปิดทวารหนักและทวารเบา คู่ที่สี่ปิดพระนาภี(สะดือ

พระปิดตาที่ขึ้นชื่อลือชามากในวงการพระเครื่องบ้านเรา นอกจากพระปิดตา
หลวงปู่เอี่ยมวัดหนังธนบุรี กทม. แล้ว ก็ต้องกล่าวถึงพระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง
กทม. ควบคู่กันไปทั้งสองสำนักเลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็นพระปิดตาที่มีความนิยม
แสวงหากันมากมาโดยตลอด หากแต่พระปิดตาของวัดหนังนั้นสร้างออกมาหลาย
เนื้อหาด้วยกัน แต่ของวัดทองส่วนมากจะเป็นเนื้อสำริดที่มีศิลปะงดงามยิ่ง

วัดทอง หรือ วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร มีนักสะสม
พระเครื่องน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักวัดนี้ ที่ไม่รู้จักอาจเป็นด้วยเพิ่งแรกก้าวเข้ามาสู่วงการ
สังสรรค์ แต่คนที่ผ่านเส้นทางมาอย่างยาวนานย่อมสดับรับฟังถึงเรื่องราว ของ
พระปิดตามหาอุตม์ วัดทอง มาแล้ว และอาจมีอยู่ในความครอบครองเสียด้วยซ้ำไป
แต่หลายคนที่ได้ชื่นชมเพียงภาพถ่าย หรืออาจจะได้สัมผัสกับพระองค์จริง จาก
เจ้าของที่สนิทสนมกันเท่านั้น โดยไม่อาจที่จะเป็นเจ้าของพระปิดตามหาอุตม์
ได้ด้วยเหตุผลนานาประการ

วัดทอง (วัดสุวรรณาราม) เป็นวัดโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้ง
กรุงศรีอยุธยาเดิมมีชื่อว่า วัดทอง แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างว่าเป็นผู้ใด
สร้างวัดแห่งนี้ แต่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาโดยเฉพาะในครั้งรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อวัดทองเสียแล้ว
สถาปนาขึ้นใหม่ทั่วทั้งพระอารามสร้างพระอุโบสถเก๋งด้านหน้า วิหารกำแพงแก้ว
และอื่นๆ เมื่อสถาปนาแล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุวรรณาราม"

นอกจากนี้ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทรงมีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องเป่าช้าขึ้นคือ เมรุ สร้างหอสวดมนต์ หอทิ้งทานโรงโขน โรงหุ่น ระทา และพลับพลา โรงครัวพร้อมทุกอย่างถวายเป็นสมบัติของพระบรมมหาราชวัง สำหรับพระราชทานเพลิงศพอีกส่วนหนึ่ง

ในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้มีงานฉลองวัดสุวรรณาราม เมื่อพ.ศ.2374 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ฉลองพร้อมกันรวม 9 พระอาราม คือวัดราชโอรส ที่ทรงบรูณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 2 มาสำเร็จในปีนั้น และอีก 8 พระอาราม คือ วัดสระเกศ วัดราชสิทธาราม วัดอรุณราชวราราม วัดภคินีนาถ วัดโมลีโลกยาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม วัดพระยาทำ และวัดสุวรรณราม ทั้งหมดบูรณะสำเร็จบ้าง ยังค้างคาอยู่บ้าง ซึ่งก็โปรดให้ฉลองพร้อมกัน

สำหรับ วัดทอง (วัดสุวรรณาราม) แล้วนั้น ความโด่งดังและมีชื่อเสียงของวัดแห่งนี้นอกเหนือจากความงดงามในคุณค่าของ "จิตรกรรมฝาผนัง" ในพระอุโบสถ อันเป็นผลงานของจิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ ครูทองอยู่และครูคงเป๊ะ แล้ว ชื่อเสียงของวัดทอง หรือวัดสุวรรณารามยังคงเป็นที่รู้จักกันสำหรับนักสะสมพระเครื่อง โดยผ่านทางพระพิมพ์หรือ "พระเครื่อง" อีกส่วนหนึ่งและความโด่งดังจากส่วนนี้ นำมาจาก "พระปิตตามหาอุตม์ยันยุ่ง"

อย่างไรก็ตามมรดกของหลวงพ่อทับ อินทโชติ ที่ได้ทิ้งไว้ในคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงท่าน อันเป็นที่รู้จักกันดีของนักสะสมพระเครื่อง และผู้ที่สนใจพระเครื่องทั้งหลาย คือ พระปิดตามหาอุตม์ ซึ่งมีทั้งเนื้อสำริดเงิน เนื้อชินตะกั่ว เนื้อเมฆพัด เนื้อสำริดแบบขันลงหิน เนื้อผงคลุกรัก และเนื้อแร่บางไผ่อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเนื้อพิเศษมากที่พบเห็นได้น้อยองค์หายาก ด้วย
หลวงพ่อทับ อินทโชติ ได้เนื้อแร่บางไผ่มาจาก หลวงปู่จัน วัดโมลี จังหวัดนนทบุรี เจ้าของและต้นฉบับพระปิดตาแร่บางไผ่ แห่งเมืองนนทบุรีนั่นเอง

มนต์เสน่ห์ของพระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง เนื้อสำริด กทม. ถือได้ว่าเป็นพระปิดตาเพียงสำนักเดียว ที่มีพิธีการสร้างอย่างปราณีตที่สุด และเป็นการสร้างขึ้นมาจากแม่พิมพ์และองค์พระเท่านั้นทำให้ไม่มีองค์ไหนเลยที่จะเหมือนกัน นอกจากจะมีความใกล้เคียงกันทางด้านพิมพ์ทรงเท่านั้น แต่สามารถพิจารณาได้ว่า เป็นงานช่างเดียวกันและเนื้อหาเป็นหลักสำคัญ
ในการพิจารณาพระแท้หรือพระปลอม แต่หากผู้ที่มีความชำนาญแล้วสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่าพระปิดตาองค์ไหนแท้หรือปลอมได้อีกด้วย

 

พระปิดตาพระครูทับ วัดทองพิมพ์ยันต์ยุ่ง

ด้านหลังองค์พระ ตรงกลางเป็นยันต์เฑาะว์ อุณาโลมหางสะบัดขึ้นด้านบนเศียร หรืออาจเป็นตัวอักขระขอมตัวอื่น ด้านข้างตัวเฑาะว์อุณาโลม เป็นตัวอุณาโลมขนาบข้าง 2 ตัว ด้านล่างเป็นอักขระว่า "นะ มะ พะ ทะ"
 

ทางด้านลักษณะขององค์พระที่ปิดตานั้นมีทั้งในลักษณะต้อ บางองค์ก็มีพระชานุ (เข่า) ที่กว้างขณะเดียวกันกับในบางองค์ ก็เป็นแบบพระชานุ (เข่า) แคบ ซึ่งเรียกขานแยกเป็นพิมพ์ได้ว่า พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรโต พิมพ์ยันต์ยุ่งต้อเข่ากว้าง พิมพ์ยันต์ยุ่งชะลูดเข่าแคบ พิมพ์ตุ๊กตา และในพระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งนี้หากพิมพ์ใดหรือพระองค์ใด มีอักขรขอมปรากฏตรงพระเพลา (ขาและแข้ง) จะเป็นพิมพ์ทรงอีกพิมพ์หนึ่งที่เรียกกันว่า พิมพ์ยันต์น่อง

พระปิดตาอันโด่งดังของหลวงพ่อทับถูกจัดอยู่ในชุด "เบญจภาคีมหาอุตม์" พระปิดตามหาอุตม์ที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อโลหะ เป็นการสร้างขึ้นด้วยการปั้นหุ่นขี้ผึ้งทีละองค์ จากนั้นจึงปั้นด้วยยันต์ขึ้นมาเบ้าหล่อพระปิดตาวัดทอง ทำแบบเบ้าหล่อละลายตัว หุ่นขี้ผึ้งจะละลายไปด้วยเมื่อเทโลหะหลอมลงไปในเบ้าทีละเบ้า จึงทำให้พุทธลักษณะขององค์พระจะออกมาไม่เหมือนกันแบบฝาแฝดแต่จะมีลักษณะ คล้ายคลึงกันได้บางในบางองค์เท่านั้น ในทำเนียบเบญจภาคีมหาอุตม์ บรรจุพระปิดตามหาอุตม์หลวงพ่อทับ อินทโชติ ไว้คือ พระปิดตาพิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตร และพระปิดตาพิมพ์ยันต์น่อง แต่ความจริงแล้ววงการแบ่งแยกพิมพ์ทรงพระปิดตาหลวงพ่อทับไว้อีกหลายพิมพ์ทรงคือ พิพม์ชะลูด พิมพ์นั่งยอง พิมพ์ภควัม พิมพ์หัวบายศรี พิมพ์ตุ๊กตายันต์น่อง พิมพ์นั่งบัวเศียรแหลม ฯลฯ
 

ใต้ฐานองค์พระ เป็นแอ่งลึก

 

ในความแตกต่างของ พระปิดตามหาอุตม์ ระหว่าง หลวงพ่อทับ อินทโชติ วัดทอง และพระภาวนาโกศลเถร (เอี่ยม สุวณฺณสโร) วัดหนัง คือของวัดทองการล้วงปิดทวารนั้น เป็นการล้วงจากด้านในของหน้าตัก ส่วนของวัดหนังจะล้วงลงปิดทาวรจากด้านนอกของหน้าตัก

ส่วนพิมพ์ที่มีราคาการเช่าหาบูชากันแพงที่สุดเห็นจะเป็น พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตร พิมพ์ยันต์น่อง พิมพ์ยันต์ยุ่งเศียรบาตรนั้นถือว่าเป็นหลักสากลและมีการปลอมกันมากที่สุด เป็นพิมพ์ที่มีเนื้อหาเข้มข้นเส้นยันต์ลึกคมชัดทุกองค์พิมพ์ทรงนี้ถือว่ามีการสร้างไว้เป็นจำนวนมากและมีอยู่หลายเนื้อหาด้วยกันคือเนื้อสำริด เนื้อชิน เนื้อเมฆพัดและเนื้อผง พระพิมพ์นี้เศียร
ขององค์พระจะมีลักษณะคล้ายบาตรใส่ข้าวพระและมีทั้งขนาดใหญ่และเล็กอีกด้วย ส่วนพิมพ์ยันต์น่องจะมีลักษณะสำคัญของพิมพ์นี้คือมียันต์คล้ายเลขหนึ่ง อยู่ที่น่องขององค์พระและเป็นที่นิยมแพร่ในวงการ
เป็นพระปิดตามหาอุตม์อีกสำนักหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากทางด้านมหาอุตม์หยุดปืนผาหน้าไม้เป็นที่เชื่อกันว่า สุดยอดเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลกันเลยทีเดียวครับ

 
 
 

Copy-Right Discoverythailand.co.th 2006 Website designed by nokkiller@hotmail.com