D i s c o v e r y T h a i l a n d  M u s e u m   o f   B u d d h a   i m a g e s
Museum of Dvthai collection of Buddha image from southeast  Asia
 
 
     

ผู้เช่าสามารถ แสดงเจตจำนงในการเช่า ได้โดย ส่งอีเมล์ แจ้งได้ที่ nokkiller@hotmail.com  หรือ โทรศัพท์แจ้งความประสงค์ได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์     0 6670 8877  ต่างประเทศ + 66  6670  8877 และสามารถโอนเงินได้ที่หมายเลข บัญชี 431-031761-7 ชื่อ บัญชีออมทรัพย์  ชนก หล้านามวงศ์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาศรีสัชนาลัย ขอบคุณครับ

Oversea call +66 670 8877 and contact us  nokkiller@hotmail.com  Thankyou

Museum of Discovery Thailand   is your key to the internet information, such as collecting, buying & selling about Buddha image and antiques especially Images of Thai Buddha  Mysite is the place to share information, experience, tips, goods and services.  Most of the collections are sold at more than the reasonable prices compare with most international standards. Please Enter & Enjoy our Site.

Show Room 12/2550

   

 

 

 

 

 

 
 

 

พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) พิมพ์ยืนประทานพร เนื้อผงพุทธคุณ
 

เมื่อปี พ.ศ.2500 พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส ได้ประกอบพิธีเปิดกรุเจดีย์องค์ใหญ่ เพื่อนำ พระสมเด็จ ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปลุกเสก ออกมาให้ประชาชนเช่าบูชา เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไปแอบขุดเจาะเจดีย์ใหญ่องค์นี้เพื่อขโมยพระสมเด็จอยู่เป็นประจำ
จากการที่ได้นำ พระสมเด็จ ให้ประชาชนเช่าบูชา ทำให้ทางวัดมีรายได้ขึ้นมาจำนวนหนึ่งจึงได้นำมาบูรณะปฏิสังขรณ์บริเวณวัด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ โดยได้ว่าจ้างให้ช่างรับเหมา มาปรับปรุงบริเวณรอบองค์เจดีย์ใหญ่ซึ่งมี เจดีย์เล็ก เรียงรายรอบทั้ง ๔ ทิศของเจดีย์องค์ใหญ่ ทิศละ ๒ องค์ ตั้งซ้อนกันอยู่อย่างเป็นระเบียบรวมทั้งหมด ๘ องค์ ซึ่งทางช่างได้รื้อ เจดีย์เล็ก ทั้งหมดออก ทำให้ช่างรับเหมาพบ กรุพระเครื่องจำนวนหนึ่งในเจดีย์เล็กรวมอยู่กับอัฐิ จึงได้เก็บพระเครื่องซ่อนไว้ไม่ให้ทางวัดทราบ คงมอบแต่อัฐิให้เท่านั้น ต่อมาช่างรับเหมาได้นำพระที่พบนี้ไปขายแก่เซียนพระคนหนึ่งในสนามพระ ทำให้ พระเครื่องกรุเจดีย์เล็ก เป็นที่รู้จักในวงการพระสมัยนั้น

มีผู้นำพระเครื่องมาสอบถามกับเจ้าอาวาสวัดว่า มีพระเครื่องแตกกรุจากเจดีย์เล็กจริงหรือไม่? เจ้าอาวาสบอกว่า "ไม่มี" ทำให้เกิดความสับสนกันขึ้นในช่วงแรก แต่เมื่อได้มีการตรวจสอบพิจารณากันถึงเนื้อพระ และคราบกรุกับ พระสมเด็จบางขุนพรหม (กรุใหม่) แล้ว พบว่ามีความเก่าใกล้เคียงกันมาก ซึ่งคาดว่าคงสร้างขึ้นใน ปี พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๑๕
 

ในการตรวจสอบประวัติซึ่งเชื่อว่าผู้สร้าง พระกรุเจดีย์เล็ก ก็คือ "เสมียนตราด้วง" ต้นสกุล "ธนโกเศศ" ผู้สร้างพระเครื่องชุดนี้ไว้เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับพระกรุเจดีย์ใหญ่ ซึ่ง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้มอบผงวิเศษห้าประการ คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห ให้ผสมลงไปด้วยในตอนกดพิมพ์องค์พระทั้งหมด และได้เมตตาปลุกเสกให้ด้วย จากนั้น เสมียนตราด้วงจึงได้นำพระเครื่องในส่วนนี้ไปบรรจุไว้คู่กับอัฐิของบรรพชนในตระกูล และเมื่อช่างรื้อเจดีย์เล็กออกจึงพบอัฐิและพระเครื่องดังกล่าว
 

พระเครื่องกรุเจดีย์องค์เล็ก มีทั้งหมด ๖ พิมพ์ คือ

  1. พิมพ์ฐานคู่
  2. พิมพ์ฐานหมอน
  3. พิมพ์สามเหลี่ยม
  4. พิมพ์ไสยาสน์
  5. พิมพ์ยืนประทานพร
  6. พิมพ์จันทร์ลอย

พระทุกองค์มีคราบกรุเกาะอยู่ด้วย มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพระกรุนี้
 

กล่าวสำหรับ พระพิมพ์ยืนประทานพร เป็นพระเครื่องเนื้อผงปูนปั้น เนื้อค่อนข้างหยาบและไม่แน่นตัว มวลสารต่างๆ เช่น จุดดำ เม็ดแดง แทบจะไม่พบเห็น
 

ด้านหน้า องค์พระพุทธปฏิมากรประทับยืนบนอาสนะแท่น ทำเป็นเส้นตรงเป็นซี่ๆ ลงมา ใต้พระบาททำเป็นรูปครึ่งวงกลม พระหัตถ์ข้างขวายกขึ้นเสมอพระอุระ พระหัตถ์ข้างซ้ายทอดลงข้างลำพระองค์ สองข้างพระบาทมีกระหนกเชื่อมต่อกับอาสนะ ประทับยืนภายในซุ้มเส้นกรอบสี่เหลี่ยม สองข้างบนทำเป็นมุมเว้า....ด้านหลังองค์พระเป็นพื้นเรียบ
 

ในปัจจุบัน วงการพระเครื่องได้ให้ความสนใจในพระกรุเจดีย์เล็กนี้มาก มีการเช่าหากันอย่างกว้างขวาง บางองค์เช่ากันถึงหลักแสนก็มี...และมี "พระปลอม" มาวางขายด้วยทุกพิมพ์
 

(ข้อมูลจาก นสพ.คมชัดลึก)

 
   

 
 

พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) พิมพ์ยืนประทานพร เนื้อผงพุทธคุณ
 

 

 

 

ปกในของหนังสือ

 

พอดีได้ไปเจอหนังสือพระเครื่องเก่าเล่มหนึ่งเข้าน่ะครับ ได้อ่านแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย เป็นหนังสือเก่าพิมพ์เมื่อปี 2507 ที่โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ ชื่อหนังสือ พระพิมพ์และพระเครื่องรางของไทย โดย..พร้อม สุทัศน์ เล่มหนามากๆ ครับ จึงได้แบ่งเป็นส่วนๆ มาให้ได้ชมกัน...เรื่องแรกที่คัดมาให้ได้ชมกันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระสมเด็จน่ะครับ ว่าสมัยก่อนเมื่อปี 2507 มีการเล่นหาและมีแนวทางศึกษากันอย่างไร อ่านแล้วก็เป็นที่น่าตกใจ...และเกิดสงสัยขึ้นว่า สมัยนี้เล่นกันหลงทางไปหรือเปล่า หรือว่าสมัยก่อนเล่นหลงทางกันแน่? ถือเป็นข้อมูลไว้อ้างอิงก็แล้วกันนะครับว่าสมัยนู้นๆ ๆ เค้าเล่นหากันอย่างไร....

บทความจากในหนังสือ....

    พระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นี้ ได้สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าพระคุณสมเด็จเอง ขณะเมื่อยังมีพระชนมายุอยู่ คือเมื่อ พ.ศ.2409 ณ วัดระฆังโฆษิตาราม ธนบุรีแต่การสร้างพระของเจ้าพระคุณสมเด็จนี้คงไม่เฉพาะแต่เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้วเท่านั้น คงจะมีการสร้างพระพิมพ์อื่นๆ มาก่อนได้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว ซึ่งคงจะเป็นการสร้างด้วยดิน, เพราะปรากฏว่ามีพระพิมพ์แบบพระสมเด็จ ซึ่งสร้างด้วยดินสีแดงบ้าง ผสมดินสีแดงและว่านบ้าง ผงบ้าง สร้างเป็นพระแบบอื่นบ้างเมื่อสร้างแล้วก็เผาให้สุกจนมีสีแดงเข้ม ดังจะได้เห็นรูปพระพิมพ์ของสมเด็จซึ่งสร้างด้วยดินเผาต่อไปข้างท้ายนี้

สำหรับการสร้างพระพิมพ์ด้วยผงสีขาวหรือด้วยปูนขาวนั้น น่าจะสร้างขึ้นในระยะหลัง จากที่ได้สร้างพระพิมพ์ด้วยดินเผาแล้ว ทั้งนี้โดยอาศัยที่สมเด็จได้มีการไปมาในท้องที่ของเมืองต่างๆ ในสมัยนั้นมากแห่งเช่น เมืองลพบุรี, เมืองสุโขทัย, เมืองกำแพงเพชร ซึ่งคงจะทราบที่มาของพระพิมพ์สมัยโบราณว่าประกอบไปด้วยสิ่งใดเป็นเครื่องผสมสำหรับการทำพระพิมพ์นั้นๆ และรูปลักษณะองค์พระต่างๆ ที่พบและเห็นว่าเหมาะสมกับการที่จะทำเป็นแม่พิมพ์นั้นอาทิเช่น

พระผงสีขาวก็น่าจะได้เห็นพระพิมพ์ผงแบบปูนปั้นที่เรียกว่าวัดทับข้าว ซึ่งเป็นพระปูนปั้นสีขาว เนื้อแข็งแกร่งและหายากมากชนิดหนึ่ง และที่เรียกว่าพระวัดลาดเป็ด มีลักษณ์เป็นพระนั่งบนฐานสี่เหลี่ยม มีวงโค้งแบบวงพระจันทร์ เนื้อพระพิมพ์ด้วยปูนสีขาวมอนี้อีกแบบหนึ่งจึงได้นำมาคิดทำเป็นพระของท่านขึ้น ทั้งโดยที่ได้ทราบเป็นประเพณีว่า การสร้างพระพิมพ์ขึ้นให้มีจำนวนมากถึง 84,000 องค์นั้นย่อมเป็นผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของผู้สร้างท่านจึงได้จัดการสร้างขึ้นตามอุดมคติ

 ในขณะนั้นสกุลช่างของเราเกี่ยวกับการสร้างแบบพิมพ์พระพิมพ์นั้น โดยมากเรียนกันว่าช่างสิบหมู่ ก็คงมีทั้งฝีมือดีบ้าง หยาบบ้าง คงไม่เสมอไปว่า เป็นฝีมือชั้นดีทั้งหมด และโดยที่สมเด็จมีอุปนิสัยที่แน่วแน่ในทางโลกน้อยกว่าทางธรรม ฉะนั้นใครจะทำแบบพิมพ์ให้สวยงามเพียงใดหรือไม่ ท่านจึงไม่เอาใจใส่ในเรื่องความสวยงาม การพิมพ์พระของท่านจึงพิมพ์ได้ทุกอย่างจากพิมพ์ ที่มีผู้นำมาถวายและทั้งพิมพ์ที่ศิษย์ของท่าน หรือท่านทำขึ้นมาใช้สำหรับพิมพ์พระพิมพ์ของท่าน ฉนั้นพระพิมพ์อันชื่อว่าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์  จึงมีมากพิมพ์ มากแบบ แล้วแต่ความสะดวก และมีแบบพิมพ์ทั้งที่สวยงามและไม่สวยรวมอยู่ด้วยกันมากต่อมาก

พราะความปรารถนาส่วนใหญ่อยู่ที่พิมพ์ให้ได้มากที่สุด จะเป็นชนิดใดๆ ก็แล้วแต่ โดยความปรารถนานี้เป็นใหญ่ การใช้แบบพิมพ์กดแบบพระก็ดี เนื้อของพระซึ่งมีทั้งผง ทั้งกล้วยทั้งอาหารที่เหลือเศษหรืออะไรก็ตาม จึงไม่มีส่วนสัดที่แน่นอนว่าอะไรเท่าใด ย่อมแล้วแต่สิ่งที่ได้มาประจำวันหนึ่งๆ ได้มาวันนี้ก็ทำสำหรับวันนี้ ได้มาพรุ่งนี้ก็ทำสำหรับวันพรุ่งนี้ เนื้อพระพิมพ์สมเด็จจึงไม่สามารถจะชี้ขาดได้ว่าผสมด้วยอะไรบ้าง หรือจะเอาสีของเนื้อว่าขาวหรือแดงหรือสีน้ำตาลหรือเหลืองจะยึดให้เป็นหลักหาได้ไม่ ย่อมแต่แล้วแต่ความสะดวกของท่านทั้งสิ้น

 

อย่างไรก็ดี ได้มีผู้กล่าวว่าในครั้งแรกนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จได้ใช้ผงพระพุทธคุณที่เขียนลงในกระดานชนวนประจำวันหนึ่งๆ นั้นนำมาผสมกับดินสอเหลืองที่เขียนหนังสือลงในกระดานชนวนสมัยนั้น มีกล้วยหรือเปลือกกล้วยก็ตำรวมกันไป ตำแล้วก็ผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง ทำให้เป็นแท่งโดยให้นายน้อยผู้เป็นศิษย์และท่านเจ้าคุณธรรมถาวรซึ่งเป็นพระสมุห์ถานานุกรมของท่านปั้นเป็นแท่งขนาดเท่านิ้วมือหรือเล็กกว่าเล็กน้อยแล้วตัดเป็นท่อนๆ ผ่าออกเป็นสองซีกเป็นรู้เสี้ยว นำไปกดพิมพ์เรียกว่าพระสมเด็จเล็บมือ

 

นำไปปลุกเสกแล้วผึ่งให้แห้งเมื่อแห้งแล้วก็นำไปแจกเมื่อออกไปบิณฑบาต ทำวันหนึ่งก็แจกไปจนหมด ไม่หมดก็เก็บไว้ ทำใหม่ทำทุกวันแจกทุกวัน พระสมเด็จแบบพิมพ์ที่เรียกว่าสมเด็จเล็บมือนี้ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ทำแม่พิมพ์ให้ ซึ่งเข้าใจว่าคงเป็นท่านเจ้าคุณธรรมถาวรเป็นผู้ทำ โดยอาศัยช่างสิบหมู่ขณะนั้น ซึ่งมีชื่อว่าหลวงวิจิตรนฤมล(พึ่ง ปฏิมาประกร) ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างสิบหมู่เป็นผู้ออกแบบหรือให้ความคิดเห็นก็ได้ และเมื่อหมดดินสอเหลืองที่ใช้ผสมทำพระพิมพ์ดังกล่าวแล้ว ต่อมาก็ทำเป็นพระพิมพ์สีดำ

 ซึ่งเข้าใจว่าคงใช้ใบลาน หรือสมุกปกข่อยที่จานหนังสือขอม หรือภาษาบาลีแล้ว แต่เมื่อไม่ใช้ก็เผาไฟเอาเถ้าสีดำมาผสมผงและผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้งต่อไปอีก พระพิมพ์ผงสีดำนี้บางกว่าชนิดสีขาวที่กล่าวมา เข้าใจว่าการปั้นเป็นแท่งกลมอย่างเทียนสีผึ้งนั้นอาจสิ้นเปลืองไปมาก จึงได้ปั้นให้กลมพอประมาณ เมื่อผ่าสองซึกเช่นเดียวกับแม่แบบผงสีขาวที่กล่าวมาแล้ว ความหนาจึงน้อยไปบ้างพระสองแบบนี้มีผู้กล่าวว่าสร้างขึ้นก่อนพระสมเด็จแบบปูนปั้นอื่นๆ แต่ไม่ได้กล่าวไว้ว่าก่อนที่จะทำพระสองแบบที่กล่าวมาแล้วนี้

 

เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระชนิดใดไว้แล้วบ้าง และทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าพบว่า เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระพิมพ์แบบพระสมเด็จคือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วถึงสองแบบ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสร้างแต่เมื่อใด แต่เข้าใจว่าคงจะได้สร้างก่อนสร้างพระพิมพ์ผงสีขาวและสีดำดังกว่ามาแล้ว ทั้งนี้เพราะดินหาได้ง่าย ทำได้ง่าย รวดเร็ว ซึ่งสามารถที่จะกดพิมพ์ได้วันละมากๆ แต่ส่วนทำด้วยผงนั้นเมื่อทำได้น้อยและอาศัยเครื่องขบฉันประจำวันมาประกอบการสร้างด้วยแล้ว เมื่อวันใดได้เครื่องประกอบเช่นกล้วย ข้าวสุกอาหารอื่นๆ น้อย การผสมผงพิมพ์พระนั้นก็ย่อมจะต้องลดน้อยลงด้วยตามกัน ฉะนั้นในเมื่อหมดผงสีขาวหรือดำแล้วก็คงจะใช้ดินผสมพิมพ์พระชนิดอื่นต่อไป หรืออาจพิมพ์พระดินก่อนก็ได้

  อันพระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ได้นำมาลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ เป็นแบบพิมพ์ของสมเด็จที่ได้ผ่านตาข้าพเจ้ามาบ้างแล้ว ที่มีอยู่ในมือของข้าพเจ้าเองบ้าง และที่ใกล้เคียงแบบพิมพ์ของท่านหรืออย่างน้อยก็สร้างมาแล้วมีอายุไม่น้อยกว่า 10 ปีล่วงแล้ว) ส่วนพระรุ่นใหม่ๆ ซึ่งท่านอาจทราบประวัติ ความเป็นมาของพระและผ่านตาท่านมาแล้วในระยะนี้ จึงมิได้นำมาลงไว้ให้ทราบ
อนึ่ง พระพิมพ์แบบสมเด็จที่สมเด็จสร้างขึ้นนี้แบบพิเศษก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบดังที่ท่านมหาเฮง(เดี๋ยวนี้ได้ทราบว่าเป็นท่านเจ้าคุณแล้ว) ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านนั้น บางแบบก็ได้นำลงพิมพ์ไว้ให้ดูแล้ว แต่บางแบบก็ไม่มี ข้าพเจ้าจึงขอนำมากล่าวไว้เสีย ณ ที่นี้
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  ขอบพระคุณ บทความของคุณ พันธ์ชัย บุญญผลานันท์
   
   
 
 

Copy-Right Discoverythailand.co.th 2005 Website designed by nokkiller@hotmail.com