พอดีได้ไปเจอหนังสือพระเครื่องเก่าเล่มหนึ่งเข้าน่ะครับ
ได้อ่านแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย เป็นหนังสือเก่าพิมพ์เมื่อปี 2507
ที่โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ ชื่อหนังสือ พระพิมพ์และพระเครื่องรางของไทย
โดย..พร้อม สุทัศน์ เล่มหนามากๆ ครับ จึงได้แบ่งเป็นส่วนๆ มาให้ได้ชมกัน...เรื่องแรกที่คัดมาให้ได้ชมกันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระสมเด็จน่ะครับ
ว่าสมัยก่อนเมื่อปี 2507 มีการเล่นหาและมีแนวทางศึกษากันอย่างไร
อ่านแล้วก็เป็นที่น่าตกใจ...และเกิดสงสัยขึ้นว่า
สมัยนี้เล่นกันหลงทางไปหรือเปล่า หรือว่าสมัยก่อนเล่นหลงทางกันแน่?
ถือเป็นข้อมูลไว้อ้างอิงก็แล้วกันนะครับว่าสมัยนู้นๆ ๆ
เค้าเล่นหากันอย่างไร....
บทความจากในหนังสือ....
พระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นี้
ได้สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าพระคุณสมเด็จเอง ขณะเมื่อยังมีพระชนมายุอยู่
คือเมื่อ พ.ศ.2409 ณ วัดระฆังโฆษิตาราม
ธนบุรีแต่การสร้างพระของเจ้าพระคุณสมเด็จนี้คงไม่เฉพาะแต่เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้วเท่านั้น
คงจะมีการสร้างพระพิมพ์อื่นๆ มาก่อนได้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว
ซึ่งคงจะเป็นการสร้างด้วยดิน, เพราะปรากฏว่ามีพระพิมพ์แบบพระสมเด็จ
ซึ่งสร้างด้วยดินสีแดงบ้าง ผสมดินสีแดงและว่านบ้าง ผงบ้าง
สร้างเป็นพระแบบอื่นบ้างเมื่อสร้างแล้วก็เผาให้สุกจนมีสีแดงเข้ม
ดังจะได้เห็นรูปพระพิมพ์ของสมเด็จซึ่งสร้างด้วยดินเผาต่อไปข้างท้ายนี้
สำหรับการสร้างพระพิมพ์ด้วยผงสีขาวหรือด้วยปูนขาวนั้น
น่าจะสร้างขึ้นในระยะหลัง จากที่ได้สร้างพระพิมพ์ด้วยดินเผาแล้ว
ทั้งนี้โดยอาศัยที่สมเด็จได้มีการไปมาในท้องที่ของเมืองต่างๆ
ในสมัยนั้นมากแห่งเช่น เมืองลพบุรี, เมืองสุโขทัย, เมืองกำแพงเพชร
ซึ่งคงจะทราบที่มาของพระพิมพ์สมัยโบราณว่าประกอบไปด้วยสิ่งใดเป็นเครื่องผสมสำหรับการทำพระพิมพ์นั้นๆ
และรูปลักษณะองค์พระต่างๆ
ที่พบและเห็นว่าเหมาะสมกับการที่จะทำเป็นแม่พิมพ์นั้นอาทิเช่น
พระผงสีขาวก็น่าจะได้เห็นพระพิมพ์ผงแบบปูนปั้นที่เรียกว่าวัดทับข้าว
ซึ่งเป็นพระปูนปั้นสีขาว เนื้อแข็งแกร่งและหายากมากชนิดหนึ่ง
และที่เรียกว่าพระวัดลาดเป็ด มีลักษณ์เป็นพระนั่งบนฐานสี่เหลี่ยม
มีวงโค้งแบบวงพระจันทร์
เนื้อพระพิมพ์ด้วยปูนสีขาวมอนี้อีกแบบหนึ่งจึงได้นำมาคิดทำเป็นพระของท่านขึ้น
ทั้งโดยที่ได้ทราบเป็นประเพณีว่า การสร้างพระพิมพ์ขึ้นให้มีจำนวนมากถึง
84,000
องค์นั้นย่อมเป็นผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของผู้สร้างท่านจึงได้จัดการสร้างขึ้นตามอุดมคติ
ในขณะนั้นสกุลช่างของเราเกี่ยวกับการสร้างแบบพิมพ์พระพิมพ์นั้น
โดยมากเรียนกันว่าช่างสิบหมู่ ก็คงมีทั้งฝีมือดีบ้าง หยาบบ้าง
คงไม่เสมอไปว่า เป็นฝีมือชั้นดีทั้งหมด
และโดยที่สมเด็จมีอุปนิสัยที่แน่วแน่ในทางโลกน้อยกว่าทางธรรม
ฉะนั้นใครจะทำแบบพิมพ์ให้สวยงามเพียงใดหรือไม่
ท่านจึงไม่เอาใจใส่ในเรื่องความสวยงาม
การพิมพ์พระของท่านจึงพิมพ์ได้ทุกอย่างจากพิมพ์
ที่มีผู้นำมาถวายและทั้งพิมพ์ที่ศิษย์ของท่าน
หรือท่านทำขึ้นมาใช้สำหรับพิมพ์พระพิมพ์ของท่าน
ฉนั้นพระพิมพ์อันชื่อว่าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ จึงมีมากพิมพ์ มากแบบ
แล้วแต่ความสะดวก
และมีแบบพิมพ์ทั้งที่สวยงามและไม่สวยรวมอยู่ด้วยกันมากต่อมาก
พราะความปรารถนาส่วนใหญ่อยู่ที่พิมพ์ให้ได้มากที่สุด จะเป็นชนิดใดๆ
ก็แล้วแต่ โดยความปรารถนานี้เป็นใหญ่ การใช้แบบพิมพ์กดแบบพระก็ดี
เนื้อของพระซึ่งมีทั้งผง ทั้งกล้วยทั้งอาหารที่เหลือเศษหรืออะไรก็ตาม
จึงไม่มีส่วนสัดที่แน่นอนว่าอะไรเท่าใด
ย่อมแล้วแต่สิ่งที่ได้มาประจำวันหนึ่งๆ ได้มาวันนี้ก็ทำสำหรับวันนี้
ได้มาพรุ่งนี้ก็ทำสำหรับวันพรุ่งนี้
เนื้อพระพิมพ์สมเด็จจึงไม่สามารถจะชี้ขาดได้ว่าผสมด้วยอะไรบ้าง
หรือจะเอาสีของเนื้อว่าขาวหรือแดงหรือสีน้ำตาลหรือเหลืองจะยึดให้เป็นหลักหาได้ไม่
ย่อมแต่แล้วแต่ความสะดวกของท่านทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี
ได้มีผู้กล่าวว่าในครั้งแรกนั้น
เจ้าพระคุณสมเด็จได้ใช้ผงพระพุทธคุณที่เขียนลงในกระดานชนวนประจำวันหนึ่งๆ
นั้นนำมาผสมกับดินสอเหลืองที่เขียนหนังสือลงในกระดานชนวนสมัยนั้น
มีกล้วยหรือเปลือกกล้วยก็ตำรวมกันไป ตำแล้วก็ผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง
ทำให้เป็นแท่งโดยให้นายน้อยผู้เป็นศิษย์และท่านเจ้าคุณธรรมถาวรซึ่งเป็นพระสมุห์ถานานุกรมของท่านปั้นเป็นแท่งขนาดเท่านิ้วมือหรือเล็กกว่าเล็กน้อยแล้วตัดเป็นท่อนๆ
ผ่าออกเป็นสองซีกเป็นรู้เสี้ยว นำไปกดพิมพ์เรียกว่าพระสมเด็จเล็บมือ
นำไปปลุกเสกแล้วผึ่งให้แห้งเมื่อแห้งแล้วก็นำไปแจกเมื่อออกไปบิณฑบาต
ทำวันหนึ่งก็แจกไปจนหมด ไม่หมดก็เก็บไว้ ทำใหม่ทำทุกวันแจกทุกวัน
พระสมเด็จแบบพิมพ์ที่เรียกว่าสมเด็จเล็บมือนี้ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ทำแม่พิมพ์ให้
ซึ่งเข้าใจว่าคงเป็นท่านเจ้าคุณธรรมถาวรเป็นผู้ทำ
โดยอาศัยช่างสิบหมู่ขณะนั้น ซึ่งมีชื่อว่าหลวงวิจิตรนฤมล(พึ่ง ปฏิมาประกร)
ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างสิบหมู่เป็นผู้ออกแบบหรือให้ความคิดเห็นก็ได้
และเมื่อหมดดินสอเหลืองที่ใช้ผสมทำพระพิมพ์ดังกล่าวแล้ว
ต่อมาก็ทำเป็นพระพิมพ์สีดำ
ซึ่งเข้าใจว่าคงใช้ใบลาน
หรือสมุกปกข่อยที่จานหนังสือขอม หรือภาษาบาลีแล้ว
แต่เมื่อไม่ใช้ก็เผาไฟเอาเถ้าสีดำมาผสมผงและผสมน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้งต่อไปอีก
พระพิมพ์ผงสีดำนี้บางกว่าชนิดสีขาวที่กล่าวมา
เข้าใจว่าการปั้นเป็นแท่งกลมอย่างเทียนสีผึ้งนั้นอาจสิ้นเปลืองไปมาก
จึงได้ปั้นให้กลมพอประมาณ
เมื่อผ่าสองซึกเช่นเดียวกับแม่แบบผงสีขาวที่กล่าวมาแล้ว
ความหนาจึงน้อยไปบ้างพระสองแบบนี้มีผู้กล่าวว่าสร้างขึ้นก่อนพระสมเด็จแบบปูนปั้นอื่นๆ
แต่ไม่ได้กล่าวไว้ว่าก่อนที่จะทำพระสองแบบที่กล่าวมาแล้วนี้
เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระชนิดใดไว้แล้วบ้าง และทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าพบว่า
เจ้าพระคุณสมเด็จได้สร้างพระพิมพ์แบบพระสมเด็จคือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วถึงสองแบบ
แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสร้างแต่เมื่อใด
แต่เข้าใจว่าคงจะได้สร้างก่อนสร้างพระพิมพ์ผงสีขาวและสีดำดังกว่ามาแล้ว
ทั้งนี้เพราะดินหาได้ง่าย ทำได้ง่าย รวดเร็ว
ซึ่งสามารถที่จะกดพิมพ์ได้วันละมากๆ
แต่ส่วนทำด้วยผงนั้นเมื่อทำได้น้อยและอาศัยเครื่องขบฉันประจำวันมาประกอบการสร้างด้วยแล้ว
เมื่อวันใดได้เครื่องประกอบเช่นกล้วย ข้าวสุกอาหารอื่นๆ น้อย
การผสมผงพิมพ์พระนั้นก็ย่อมจะต้องลดน้อยลงด้วยตามกัน
ฉะนั้นในเมื่อหมดผงสีขาวหรือดำแล้วก็คงจะใช้ดินผสมพิมพ์พระชนิดอื่นต่อไป
หรืออาจพิมพ์พระดินก่อนก็ได้
อันพระพิมพ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ได้นำมาลงไว้ในหนังสือเล่มนี้
เป็นแบบพิมพ์ของสมเด็จที่ได้ผ่านตาข้าพเจ้ามาบ้างแล้ว
ที่มีอยู่ในมือของข้าพเจ้าเองบ้าง
และที่ใกล้เคียงแบบพิมพ์ของท่านหรืออย่างน้อยก็สร้างมาแล้วมีอายุไม่น้อยกว่า
10 ปีล่วงแล้ว) ส่วนพระรุ่นใหม่ๆ ซึ่งท่านอาจทราบประวัติ
ความเป็นมาของพระและผ่านตาท่านมาแล้วในระยะนี้ จึงมิได้นำมาลงไว้ให้ทราบ
อนึ่ง
พระพิมพ์แบบสมเด็จที่สมเด็จสร้างขึ้นนี้แบบพิเศษก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบดังที่ท่านมหาเฮง(เดี๋ยวนี้ได้ทราบว่าเป็นท่านเจ้าคุณแล้ว)
ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านนั้น บางแบบก็ได้นำลงพิมพ์ไว้ให้ดูแล้ว
แต่บางแบบก็ไม่มี ข้าพเจ้าจึงขอนำมากล่าวไว้เสีย ณ ที่นี้
