Museum of Discovery Thailand
The internet information, such as collecting, buying & selling about Buddha image and antiques especially Tel +086 670 8877
   
 
   
 

      

 เนินดินโบราณใจกลางเมืองกำแพงเพชรฝั่งทุ่งเศรษฐีปัจจุบันกำลังได้รับการขุดค้น

แหล่งมรดกโลก  อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (การขุดค้น)

                 การรักษาและปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติโลก  เป็นความจำเป็น  และเป็นภาระร่วมกันของมนุษยชาติทั่วโลก   องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติแบ่งมรดกโลกไว้เป็น  2  ประเภท  คือ  มรดกโลกทางวัฒนธรรม  เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น   และมรดกโลกทางธรรมชาติ  คือสภาพความสวยงามตามธรรมชาติต่าง ๆ

                แหล่งมรดกโลก  คือแหล่งต่าง ๆ ที่สอบผ่าน  มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการมรดกโลกได้วางไว้  และมีสิทธินำตราสัญลักษณ์มรดกโลกไปติดตั้งไว้  ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิ์ที่สำคัญคือ  จะเป็นสถานที่ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ถูกต้องตามหลักวิชาการโดยองค์การยูเนสโก  แต่ในแง่ของการท่องเที่ยว  แหล่งมรดกโลกก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีระดับ  มีนักท่องเที่ยวผู้สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างไม่ขาดระยะ  เป็นรายได้ทางการท่องเที่ยวที่เกิดแก่พื้นที่เจ้าของแหล่งมรดกโลกนั้น ๆเป็นอย่างดี

 

                อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ศรีสัชนาลัย  กำแพงเพชร  ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก  ประเภทมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่  12  ธันวาคม  พ.ศ. 2534 เพราะเหตุที่มีโบราณสถานอันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงออกถึงพัฒนาการทางด้านวัฒนธรรม  สังคม  ศิลปกรรม  และเทคนิควิทยาการในอดีตจำนวนมากมาย                  ศิลาแลง หรือ LATERITE  แกร่งกว่าอิฐ  แต่ไม่แข็งเหมือนหิน  เพราะเป็นดินที่เผาไหม้ด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ  ไม่ใช่เผาด้วยฟืนด้วยไฟโดยน้ำมือมนุษย์  โบราณสถานใดสร้างด้วยหิน  ท่านว่าจะคงทนยืนนานที่สุด  รองลงมาคือศิลาแลง  และสุดท้ายคืออิฐ  พระราชวังไทยโบราณส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้  จึงไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ ปรากฏให้คนไทยได้เห็น  คงได้แต่จินตนาการว่าหน้าตานิวาสถานของพระเจ้าแผ่นดินโบราณจะเป็นอย่างไร  ที่เมืองกำแพงเพชรวันนี้  โบราณสถานมากหลายถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง  จึงยังคงทนต่อการกัดกร่อนของลมฝนดินฟ้าอากาศ  โบราณสถานจำนวนมากจึงเหลืออยู่ให้ลูกหลานได้ชื่นชมมากมายหลายสิ่งหลายอย่างครับครันมากกว่าที่อื่น ๆ  ทั้งกำแพงเมือง  ป้อมค่ายโบราณ  คูเมือง  วัด  เทวรูป  กระทั่งพระเครื่อง  วันนี้ถ้าคุณยังไม่เคยไปเยี่ยมเยือนกำแพงเพชร  ลองแวะไปชมสักครั้ง  แล้วคุณจะพบว่าไม่มีที่ใดที่คุณจะจินตนาการถึงเมืองโบราณ  เมืองใหญ่ ๆ เมืองหนึ่งได้แจ่มชัดเท่ากับเมืองที่มีกำแพงแข็งแกร่งประดุจดังเพชรแห่งนี้...เมืองศิลาแลง  กำแพงเพชร

 

 

kpp_0001.JPG
kpp_0001.JPG
kpp_0002.JPG
kpp_0002.JPG
kpp_0003.JPG
kpp_0003.JPG
kpp_0004.JPG
kpp_0004.JPG
kpp_0009.JPG
kpp_0009.JPG
kpp_0010.JPG
kpp_0010.JPG
kpp_0011.JPG
kpp_0011.JPG
kpp_0012.JPG
kpp_0012.JPG
kpp_0017.JPG
kpp_0017.JPG
kpp_0018.JPG
kpp_0018.JPG
kpp_0019.JPG
kpp_0019.JPG
kpp_0020.JPG
kpp_0020.JPG
kpp_0025.JPG
kpp_0025.JPG
kpp_0026.JPG
kpp_0026.JPG
kpp_0027.JPG
kpp_0027.JPG
kpp_0028.JPG
kpp_0028.JPG
kpp_0033.jpg
kpp_0033.jpg
kpp_0034.jpg
kpp_0034.jpg
kpp_0035.jpg
kpp_0035.jpg
kpp_0036.jpg
kpp_0036.jpg
   
kpp_0005.JPG
kpp_0005.JPG
kpp_0006.JPG
kpp_0006.JPG
kpp_0007.JPG
kpp_0007.JPG
kpp_0008.JPG
kpp_0008.JPG
kpp_0013.JPG
kpp_0013.JPG
kpp_0014.JPG
kpp_0014.JPG
kpp_0015.JPG
kpp_0015.JPG
kpp_0016.JPG
kpp_0016.JPG
kpp_0021.JPG
kpp_0021.JPG
kpp_0022.JPG
kpp_0022.JPG
kpp_0023.JPG
kpp_0023.JPG
kpp_0024.JPG
kpp_0024.JPG
kpp_0029.JPG
kpp_0029.JPG
kpp_0030.JPG
kpp_0030.JPG
kpp_0031.JPG
kpp_0031.JPG
kpp_0032.JPG
kpp_0032.JPG
   

           

แหล่งศิลาแลงแห่งอรัญญิก

 

                ด้วยองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ ออกไซด์ของเหล็ก  อะลูมิเนียม  และซิลิคอน ศิลาแลงจึงแข็งแกร่งกว่าดินทั่ว ๆ ไป  และแข็งแกร่งกว่าอิฐที่เป็นดินเผาไฟ  ดินชนิดนี้พบได้ในบริเวณป่าเขตร้อนที่มีฝนตกชุก  เมื่อนำขึ้นจากใต้พื้นดินใหม่ ๆ จะอ่อนจนสามารถตัดแต่งเป็นรูปร่างต่าง ๆได้  แต่เมื่อถูกอากาศนาน ๆ เข้าก็จะค่อย ๆ แข็งกระด้าง  เกิดรูพรุน  และคงรูปร่างอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานนับพันปี

                คนไทยเรารู้จักที่จะนำศิลาแลงขึ้นมาจากให้พื้นดิน  มาตัดสร้างจำหลักเป็นโกลน  หรือเป็นแกนกลางของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มาตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย  โดยเฉพาะเมืองกำแพงเพชร  ที่เขตอรัญญิก  แหล่งศิลาแลงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ แทบจะใจกลางเมืองกำแพงเพชร  ด้วยความสะดวกตรงพื้นที่นี้จึงมีการจัดสร้างวัดวาอารามขึ้นหลายแห่ง  เกือบจะ  30  แห่งในพื้นที่กว้างแค่ไม่เกิน 100 ไร่  การก่อสร้างคือขุดเอาศิลาแลงจำหลักให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ เรียงซ้อนกัน  หรือต่อกันไปเป็นรูปร่างเรียบร้อยก็พอดีแข็งตัว  โบกปูนทับ  จำหลักลวดลาย  ระบายสีหรือลงรักปิดทอง  เท่านั้นนั้นก็เรียบร้อย  วัดวาอารามมากมายจึงเกิดขึ้นที่เขตอรัญญิก  เพราะการก่อสร้างต่าง ๆ ทำได้โดยง่าย  ด้วยแหล่งศิลาแลงอยู่ให้เนินอรัญญิกนั่นเอง

 

 

เมืองโบราณ  ก่อนจะเป็นกำแพงเพชร

 

                กำแพงเพชรจากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า  มีการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ประมาณ 4,000-6,000 ปีมาแล้ว  ที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี  อำเภอที่ติดอันดับชื่อยาวที่สุดในประเทศไทย  พบหลักฐานการอยู่อาศัยที่แหล่งโบราณคดีบ้านคลองเมือง  โดยหลักฐานสำคัญที่ค้นพบ  ได้แก่  เครื่องมือหินขัดต่าง ๆ  เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา  และยังมีแหล่งอื่น ๆ อีก  เช่น  ที่กิ่งอำเภอบึงสามัคคี  อำเภอคลองขลุง  หลักฐานดังกล่าวแสดงว่า  ในอดีตอันไกลโพ้นมีมนุษย์มาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้วนานแสนนาน

 

                ก่อนช่วงเวลาที่กรุงสุโขทัยจะขึ้นมามีอำนาจรวบรวมบ้านเมืองและคนไทยให้เป็นปึกแผ่น  พื้นที่แถบจังหวัดกำแพงเพชรมีความสำคัญในด้านการคมนาคมค้าชาย  คือเป็นเขตเชื่อมต่อระหว่างเขตที่ราบและเขตภูเขาสูง  บริเวณนี้จึงมีความสำคัญในการเป็นจุดแวะพักปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า  จากการขนส่งด้วยเรือในที่ราบ  เป็นการขนส่งด้วยสัตว์พาหนะในเขตภูเขาสูง

 

                ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว  จึงเอื้ออำนวยให้เกิดเปล่งชุมชนรวบรวมกันเข้าเป็นบ้านเป็นเมืองหลายแห่งในพื้นที่ติด ๆ กัน อันได้แก่  เมืองนครชุม  เมืองไตรตรึงษ์  เมืองเทพนคร  และเมืองคณฑี  เป็นต้น  เมืองต่าง ๆ เหล่านี้  มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งคือ  จะตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง  และสามารถติดต่อกับชุมชนอื่น ๆ โดยทางน้ำได้สะดวก

 

                หลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณดังกล่าว  มีการขุดค้นพบลูกปัดแก้ว  ตะเกียงดินเผา  อุปกรณ์ปั่นด้าย  และเศษแร่จากการถลุงโลหะเป็นต้น

 

 

กำแพงเพชร  ยุคสุโขทัย

เมืองแห่งศาสนาและศิลปกรรม

 

                หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรอันแสดงถึงการเป็นบ้านเป็นเมืองของกำแพงเพชรเริ่มขึ้นในสมัยสุโขทัย  ศิลาจารึกหลักที่  หรือจารึกนครชุมกล่าวว่า  ในราวพุทธศักราชที่ 1900  พระมหาธรรมราชาลิไทได้เสด็จมายังเมืองกำแพงเพชรเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ  และปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ในเมืองนครชุม  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง  คนละฟากแม่น้ำกับเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน  แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเมืองนครชุม  ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไททรงวางเจตนาจะให้เป็นเมืองศูนย์กลางพระพุทธศาสนาทางด้านใต้ของกรุงสุโขทัย  ปัจจุบันเมืองนครชุมยังคงมีหลักฐานปรากฏเป็นสิ่งก่อสร้างต่ง ๆ มากมายในพื้นที่ที่ปัจจุบันเรียกกันว่าทุ่งเศรษฐี  ดังมีวัดที่สำคัญ ๆ คือ  วัดซุ้มกอ  วัดหนองพิกุล  วัดหนองยายช่วย  วัดเจดีย์กลางทุ่ง  เป็นต้น  บริเวณที่เรียกกันว่าทุ่งเศรษฐีนี้แหละ  ที่มีการค้นพบกรุพระเครื่องชื่อดัง  พระเครื่องชุดกำแพงและชุดซุ้มกอที่เลื่องชื่อลือนาม

 

                เมื่อสิ้นพระมหาธรรมราชาลิไท  เมืองต่าง ๆ ในอำนาจของสุโขทัยก็แตกแยก  เข้าใจว่าในระยะนี้ที่เมืองกำแพงเพชรได้ถูกสร้างขึ้นโดยความสนับสนุนอย่างไม่เปิดเผยของกรุงศรีอยุธยา  การเติบใหญ่ขึ้นของกำแพงเพชรลดบทบาทของเมืองนครชุมลงจนกลายเป็นเมืองเล็ก  ในขณะที่กำแพงเพชรก็ต้องดำรงตนอยู่ระหว่างการแข่งขันกันของสองมหาอำนาจใหญ่  คือ  กรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา  ศิลาจารึกหลักที่ 38  หรือจารึกกฏหมายลักษณะโจร  กล่าวพระนามจักรพรรดิราชได้ขึ้นครองเมืองกำแพงเพชรใน พ.ศ. 1940  และศิลาจารึกหลักที่ 46  จารึกวัดตาเถรขึงหนังได้กล่าวถึงพระมหาธรรมราชา  โอรสองค์หนึ่งของพระมหาธรรมราชาลิไท  ได้นิมนต์พระเถระผู้ใหญ่มาจากเมืองกำแพงเพชรเพื่ออำนวยการสร้างวัดในกรุงสุโขทัย  ชี้ให้เห็นว่า  สุโขทัยเองก็ยอมรับในพัฒนาการของเมืองกำแพงเพชร  และยอมรับบทบาทของกำแพงเพชรในฐานะเมืองสำคัญทางด้านการศาสนาและศิลปกรรม

                จารึกลานเงิน  วัดพระยืน  ในเขตอรัญญิก  เมืองกำแพงเพชรกล่าวถึงเจ้าเมืองกำแพงเพชรชื่อพระยาสอย  ตรงกับหลักฐานพงศาวดารกรุงศรีอยธยา  ที่กล่าวถึงเจ้าเมืองกำแพงเพชรในสมัยเดียวกันว่าชื่อ พญาแสนสอยดาว      จากหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรต่าง ๆ ดังกล่าว  จึงทำให้ประเมินสถานภาพของเมืองกำแพงเพชรในสมัยปลายกรุงสุโขทัย  หลังสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทได้ว่าเป็นเมืองที่รุ่งเรือง  มีศิลปกรรมการก่อสร้างที่งดงาม  และเป็นเมืองสำคัญทางพระพุทธศาสนา

 

 กำแพงเพชร  ยุคศรีอยุธยา เมืองหน้าด่าน  ฐานกำลังรบพม่า  รบเชียงใหม่

 

                เมื่อกรุงสุโขทัยสิ้นอำนาจ  กรุงศรีอยุธยาก็ขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจในแผ่นดินลุ่มเจ้าพระยา  และกำแพงเพชรก็ต้องยอมสยบต่ออำนาจของกรุงศรีอยุธยา   ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงจัดการปกครองใหม่  โดยโปรดให้กำแพงเพชรอยู่นฐานะเมืองพระยามหานคร  เช่นเดียวกับเมืองพิษณุโลก  ศรีสัชนาลัย  เละสุโขทัย  ในยุคนี้กำแพงเพชรยังมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยาในการทำสงครามกับอณาจักรล้านนาและพม่าด้วย

 

                พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์กล่าวว่า  “ในปี พ.ศ. 2004  พระยาเชลียงนำทัพพระเจ้าติโลกราช  เจ้าเมืองเชียงใหม่  จะเอาเมืองพิษณุโลก  เข้าปล้นเมืองเป็นสามารถ  มิได้เมืองจึงย้ายทัพจะไปเอาเมืองกำแพงเพชร   เข้าปล้นเมืองถึงเจ็ดวันก็ยังไม่ได้เมือง  จึงต้องจำใจยกทัพกลับเชียงใหม่”

 

                จะเห็นได้ว่าในยุคของกรุงศรีอยุธบา  บทบาทของกำแพงเพชรได้ถูกปรับใหม่  จากเมืองที่มีความสำคัญทางการศาสนาและศิลปกรรม  กลายเป็นเมืองหน้าด่านทางการทหาร  ด้านหนึ่งเป็นฐานสำหรับรบกับเชียงใหม่  และในอีกด้านหนึ่งเป็นฐานสำหรับรบกับพม่า  การเป็นฐานนี้เป็นทั้งฐานการรุกและฐานการรับ  กำแพงเพชรได้ทำหน้าที่ทางการทหารนี้มาตลอดยุคกรุงศรีอยุธยาได้ช่วยรบในศึกสงครามต่าง ๆ หลายครั้งคราว

 

                แต่แม้จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องการรบ  ทางด้านการศาสนาและศิลปกรรมการก่อสร้าง  เจ้าเมืองกำแพงเพชรที่สืบต่อกันมาก็มิได้ทอดทิ้ง  ทำให้กำแพงเพชรมีวิวัฒนาการทางด้านศิลปกรรมการก่อสร้างที่เอกลักษณ์เฉพาะตนโดดเด่นเป็นของตนเองอย่างที่ไม่มีเมืองอื่นใดในยุคเดียวกันจะเสมอเหมือน  ศิลปกรรมแบบเฉพาะของเมืองกำแพงเพชรมีลักษณะคล้ายศิลปกรรมของสุโขทัย  แต่ก็มีวิวัฒนาการที่แปลกออกไปจนจัดได้ว่าเป็นสกุลช่างไทยอีกสกุลช่างหนึ่งได้เลยทีเดียว

 

 

รูปลักษณ์เมืองกำแพงเพชรโบราณ

 

                จุดเด่นที่สุดของเมืองกำแพงเพชร  นอกจากความมีสกุลช่างเป็นของตนเองแล้ว  ความคงอยู่ของโบราณสถานต่าง ๆ ก็มีความสำคัญ  ที่กำแพงเพชร  องคาพยพต่าง ๆของเมืองทั้งเมืองแทบจะยังอยู่ครบ  ถ้ามีเวลาท่องเที่ยวชมเมืองกันให้ละเอียด  นักท่องเที่ยวจะสามารถจินตนาการได้อย่างแจ่มชัดถึงความเป็นไปทั้งหมดของเมืองใหญ่ ๆ เมืองหนึ่ง  ซึ่งทั้งหมดนี้คงต้องให้เครดิตเป็นพิเศษแก่ความเป็นมรดกโลกของเมือง  และที่สำคัญคือหน่วยงานอุทยานประวัติศาสตร์ของกำแพงเพชรเอง

 

                เมืองกำแพงเพชรเก่ามีลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู  วางตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับลำน้ำปิง  (ในปัจจุบันแนวกำแพงเมืองเก่ายังคงเหลือให้เห็นร่องรอยได้อย่างชัดแจ้ง)  กำแพงเมืองเดิมมีลักษณะเป็นคูน้ำคันดินสามชั้น ต่อมาได้มีการสร้างใหม่  พัฒนาให้กำแพงเมืองชั้นในเป็นกำแพงก่อศิลาแลง  มีชั้นเชิงเทิน  ตอนบนก่อเป็นรูปใบเสมาและป้อมประตูโดยรอบ  กำแพงเมืองมีประตูเข้าออกรวม 10 ประตู  ได้แก่  ประตูน้ำอ้อย  ประตูบ้านโนน  ประตูดั้น  ประตูพระอินทร์  ประตูหัวเมือง  ประตูผี  ประตูสะพานโคม  ประตูวัดช้าง  ประตูเตาอิฐ  และประตูท้ายเมือง  กำแพงเมืองกำแพงเพชรนี้เข้าใจว่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกสาถทรงสร้างป้อมค่ายคูประตูหอรบไว้ในหลาย ๆ เมืองเพื่อรับศึกสำคัญคือศึกพม่า  รวมทั้งที่เมืองกำแพงเพชรนี้ด้วย

 

                นอกจากประตูเข้าออกแล้ว  ทุกด้านยังมีป้อมปราการ  ทั้งป้อมบนกำแพงเมืองและป้อมบนประตูเมือง  ในปัจจุบันยังคงเหลือสภาพให้เห็นชัดอยู่ถึง 9 ป้อม  ได้แก่  ป้อมมุมเมือง 3 ป้อม  ป้อมเจ้าจันทร์  ป้อมเจ้าอินทร์  ป้อมเพชร  ป้อมประตูวัดช้าง  ป้อมประตูเตาอิฐ  และป้อมประตูบ้านโนน  นอกจากป้อมและกำแพง  ส่วนหัวใจของกำแพงเพชรก็คือ วัดและวัง  แต่วังของเมืองกำแพงเพชรก็เป็นเช่นเดียวกับวัดและวังในประวัติศาสตร์ไทยและประเทศเพื่อนบ้านคือ  วังมักจะสร้างขึ้นเป็นหมู่พระที่นั่งไม้  สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านไทย  ดังนั้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป  บ้านไม้จึงชำรุดทรุดโทรมลงจนไม่เห็นซาก

 

                เชื่อกันว่าบริเวณที่เป็นวังของเมืองกำแพงเพชร  คือบริเวณที่เรียกกันว่าสระมน  ตั้งอยู่ประชิดติดกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือ  ลักษณะผังบริเวณเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยคูน้ำและคันดินกั้น  คือ  เขตชั้นนอกและชั้นใน  ตามแบบวังโบราณ             จากการขุดค้นทางโบราณคดี  ได้พบฐานอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลงมีกระเบื้องมุงหลังคาเป็นเศษหักพังเป็นจำนวนมาก  จึงสันนิษฐานได้ว่า  แต่เดิมสิ่งปลูกสร้างเป็นไม้  หลังคากระเบื้อง  นอกจากนั้น  ยังพบเครื่องสังคโลก  เครื่องเคลือบต่าง ๆ อีกจำนวนมาก

 

                จากหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าว  จึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าบริเวณที่เรียกว่าสระมนนี้คือส่วนพระราชวังเดิมของเมืองกำแพงเพชร     สิ่งสนับสนุนความเป็นวังของบริเวณสระมนก็คือ  พื้นที่ติดกันที่มีโบราณสถานบอกชัดว่าเป็นวัด  และน่าจะเป็นวัดในวังที่ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่  ลักษณะความเชื่อตามหลักนิยมของไทยเปี๊ยบ  คือ  เมื่อมีวังก็ต้องมีวัด  ไว้สำหรับให้เจ้าเมืองประกอบศาสนกิจ  และต้องเป็นวัดขนาดใหญ่ที่ไม่มีเขตสังฆาวาส  คือไม่มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่

 

                วัดพระแก้วคือวัดในวังนั้น  ขนาดของวัดพระแก้วเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกำแพงเพชร  ขอบเขตของวัดขนานกับแนวกำแพงเมืองด้านทิศใต้  มีกำแพงศิลาแลงแสดงชัดเจนว่า  วัดพระแก้วไม่ได้ก่อสร้างในสมัยเดียว  แต่มีการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในแต่ละยุคสมัย

                ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ได้รับการบูรณะเรียบร้อยมากหลาย  แบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ เช่น  กลุ่มพระอุโบสถ  วิหารและเจดีย์ต่าง ๆ  แต่สิ่งที่น่าชมที่สุดของวัดพระแก้วแห่งนี้ก็คือ  สิ่งก่อสร้างในยุคสุโขทัย  ได้แก่พระวิหาร  ที่ในวันนี้มีพระพุทธรูปนั่งและนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานตากแดดตากฝนอยู่ 3 องค์ด้วยกัน  เป็นพระพุทธรูปนั่ง 2 องค์  และนอน 1 องค์  ทุกวันตรงหน้าพระพุทธรูป ณ จุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะและชึ่นชมความงามของศิลปกรรมกำแพงเพชรจนแทบจะกล่าวได้ว่า  พระพุทธรูปสามองค์นี้แหละที่เป็นไฮไลต์ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรไปแล้ว

 

                สิ่งที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งของวัดพระแก้วนี้ก็คือ ที่เจดีย์ช้างเผือก  อันเป็นเจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยมประดับช้างปูนปั้นเป็นรูปช้างล้อมถึง 32 ตัว  ช้างล้อมที่ตรงนี้ยังมีช้างตัวที่ได้รับการบูรณะจนเห็นรูปลักษณ์ของช่างศิลปะกำแพงเพชรที่เกือบสมบูรณ์  ปรากฏอยู่เพียงแห่งเดียวในกำแพงเพชร  เพราะส่วนใหญ่ช้างล้อมในลักษณะนี้จะหักพังไปหมด  ดังนั้น  นอกจากพระพุทธรูป 3 องค์ที่กล่าวถึงมาแล้ว  เมื่อมาถึงวัด  ใคร ๆ จึงพากันมาดูช้างล้อมที่นี่อีกแห่งหนึ่ง

 

                ชื่อของวัดพระแก้วเป็นชื่อใหม่ที่รัชกาลที่ พระราชทานเมื่อเสด็จมาประพาสกำแพงเพชร  โดยอาศัยเค้าเงื่อนจากตำนานพระแก้วมรกต  ที่สมัยหนึ่งได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้  เมื่อไม่สามารถสืบค้นถึงชื่อดั้งเดิมของวัดแห่งนี้ได้  รัชกาลที่ 6  จึงทรงขนานนามวัดนี้ว่าวัดพระแก้ว  ดังตำนานพระแก้วมรกตที่มีมาแต่ดั้งเดิมนั้น

 

                สิ่งที่น่าชมในเขตกำแพงเมืองยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง  อย่างเช่นที่วัดมหาธาตุด้านหน้า  ส่วนที่น่าชมที่สุดก็คือ  องค์เจดีย์ประธานที่มีลักษณะสูงสง่าเป็นระฆังคว่ำ  ที่ออกแนวชะลูดสูงหล่อ  ไม่เหมือนระฆังคว่ำทรงลังกาแบบพระปฐมเจดีย์  ที่จะออกล่ำเตี้ย  หรือระฆังคว่ำขององค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช  ที่ก็ยังสูงล่ำบึ้ก  กระทั่งองค์เจดีย์ทองในวัดพระแก้วกรุงเทพฯ ก็ดูล่ำบึ้กกว่า  แต่ที่กำแพงเพชรนี้แม้จะเหลือเพียงซากอิฐซากปูน  ก็เห็นได้ชัดถึงความสูงหล่อ  อันบ่งบองชัดถึงศิลปกรรมการก่อสร้างแบบกำแพงเพชร  ที่มีความแตกต่างจนเป็นอีกสกุลช่างหนึ่งของไทยได้อย่างชัดเจน

 

                พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กำแพงเพชร   ก็เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งน่าแวะไปชม  และไฮไลต์ที่เป็น  THE MUST  ที่สุดก็ได้แก่  องค์ประติมากรรมสำริดรูปพระอิศวรซึ่งจำลองมาจากองค์จริงที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กำแพงเพชร   มีประวัติว่าขุดค้นพบได้จากศาลพระอิศวรภายในเมือง  เป็นเทวรูปสำริดที่แทบจะสมบูรณ์สวยงามที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว  เทวรูปองค์นี้เคยถูกขโมยตัดแบ่งชิ้นส่วนไปใกล้จะออกนอกประเทศอยู่แล้ว  แต่โชคดีที่ทางการไทยจับได้เสียก่อน  มิฉะนั้นแล้วสมบัติที่สวยงามของชาติก็จะสูญเสียไปอีกชิ้นหนึ่งเหมือนกับชิ้นอื่น ๆ ที่จะต้องเรียกคืน  หรือขอคืนมาอีกมากมาย

  

40       กว่าวัดที่อรัญญิก

 

                และสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งสำหรับเมืองกำแพงเพชรก็คือ  เขตอรัญญิก ซึ่งเป็นเนินเขาลูกเล็ก ๆ นอกเมือง  บนเนินเขาแห่งนี้เกือบตลอดทั้งเนินใต้ดินเป็นแหล่งศิลาแลงขนาดใหญ่  บนเนินดินจัดสร้างเป็นวัดต่าง ๆ เรียงรายมากมายถึงประมาณ 40 กว่าวัด  เรียกว่ากำแพงวัดชนกำแพงวัดเลยทีเดียว  ไม่มีใครทราบว่ามีเหตุพิเศษอันใดหรือไม่  จึงทำให้มีการสร้างวัดขึ้นมากมายที่อรัญญิก  หรือเป็นเพียงเพราะว่าที่นี่มีศิลาแลงเหลือเฟือ  อย่างไรก็ตาม  การมีวัดมากมายในเขตอรัญญิกย่อมแสดงให้เห็นชัดว่าศาสนาพุทธรุ่งเรืองมากในเมืองกำแพงเพชรนี้        

      
         พระซุ้มกอหนึ่งในพระเครื่องที่พบที่กรุทุ่งเศรษฐีมากว่า 100 ปีล่วงมาแล้ว

มีวัดขนาดใหญ่มากมายหลายแห่ง  และแม้จะเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ได้รับการบูรณะเป็นอย่างดีตามหลักวิชาการแล้ว  ก็เห็นได้ชัดว่าในอดีตจะต้องเป็นวัดที่สวยงามอย่างแน่นอน  วัดเหล่านี้ต่างก็มีจุดเด่นเป็นรูปแบบเฉพาะของตัวเอง  เมื่อนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาจนถึงเมืองกำแพงเพชรแห่งนี้แล้ว  ควรมีเวลาอย่างน้อย ๆ สักครึ่งวันเพื่อเดินชมวัดสวย ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้

                วัดพระนอน  วัดนี้มีขนาดสูงใหญ่มาก  ในพระวิหารประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่  ซึ่งถึงวันนี้ก็ปรักหักพังจนแทบไม่เหลือรูปทรง  แต่สิ่งที่น่ามหัศจรรย์มากนี้ก็คือ  เสาศิลาแลงของวิหาร  ที่แสดงให้เห็นชัดถึงความสามารถทางช่างที่สามารถนำเอาศิลาแลงทั้งแท่งขนาดใหญ่โตมหึมา  กว้างด้านละ 1 เมตรเศษ  สูงประมาณ 5 เมตร  แท่งเดียวไม่มีรอยต่อ  มาทำเป็นต้นเสาค้ำยันพระอุโบสถได้  คิดดูเล่น ๆ ว่าเสาหินแท่งมหึมาขนาดนี้แท่งเดียว  แค่จะยกชี้นจากหลุมยังลำบาก  นี่ยกมาทำเสาวิหารเสียเลย

                วัดพระสี่อิริยาบถ  แทบจะเป็นที่มีคนรู้จักมากที่สุด  ค่าที่ในวิหารมีสิ่งประหลาดเป็นพระพุทธรูปประธาน 4 ด้าน  ด้านละปาง  แต่เกือบทุกปางชำรุดเสียหายไปเกือบหมด  คงเหลือแต่ทางด้านทิศตะวันตกที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน  องค์พระพุทธรูปยังคงยืนอยู่ที่นั้นให้ประจักษ์ชัดถึงศิลปะการจัดสร้างพระพุทธรูปสกุลช่างกำแพงเพชรที่ไม่เหมือนที่อื่น ๆ          วัดช้างรอบ  ตั้งอยู่บนส่วนสูงสุดยอดของเนินอรัญญิก  ส่วนสำคัญที่สุดคือองค์เจดีย์ประธานที่จัดสร้างให้มีงานศิลปะปูนปั้นรูปช้างครึ่งตัว 68 ตัว  โดยรอบฐานองค์เจดีย์  ช้างเหล่านี้มีการประดับลวดลายมากมาย  เห็นได้ชัดว่ามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง  แต่น่าเสียดาย  ว่ากาลเวลาได้ทำให้ความสวยงามเหล่านั้นสูญสลายไปแล้วแทบหมดสิ้น           วัดอาวาสใหญ่  ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของอรัญญิก  วัดนี้เป็นวัดขนาดใหญ่มาก  และเชื่อกันว่าเป็นวัดที่เจ้าอาวาสใหญ่ฝ่ายอรัญวาสีในสมัยก่อนจำพรรษาอยู่  ภายในวัดจึงเรียงรายด้วยสิ่งก่อสร้างที่เห็นชัดว่าเป็นกุฏิต่าง ๆ มากมายกว่า 30 แห่ง

 

                ยังมีวัดสวยงานต่าง ๆอีกมากมายในเขตอรัญญิกนี้  เช่น วัดสิงห์  วัดกำแพงงาม  วัดฆ้องชัย  วัดนาคเจ็ดเศียร เป็นต้น  ชื่อของวัดแต่ละวัดนี้  ความจริงไม่ใช่ชื่อเดิมแต่เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่ตามสิ่งที่ได้ถูกขุดค้นพบในสมัยปัจจุบัน หรือตั้งตามเหตุอื่น ๆ                ยังไม่มีใครกล้าฟันธงให้คำตอบได้ว่า  เหตุใดที่อรัญญิกจึงมีการสร้างวัดมากมาย  จะเพราะแค่มีแหล่งศิลาแลงอยู่ใต้วัดเป็นจำนวนมากใช่หรือไม่  อย่างไรก็ตาม  การมีวัดมากมายในเขตอรัญญิกย่อมแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาของยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

  

 

กำแพงเพชรวันนี้ 

                กำแพงเพชรวันนี้  การขุดแต่งโบราณสถานจัดการได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม  การขุดแต่งดังกล่าวทำให้พบองคาพยพต่าง ๆของเมืองได้อย่างชัดเจน  กระทั่งอาจกล่าวได้ว่า  กำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีซากโบราณสถานที่เปรียบเสมือนยังมีลมหายใจอยู่แล้วเป็นจำนวนมากแห่งที่สุด  โบราณสถานเหล่านี้จะสามารถช่วยเติมเต็มความคิดและจินตนาการให้แก่ผู้มาเยือนได้ว่า  กำแพงเพชรในอดีตนั้นสวยงามแค่ไหน                แต่ถึงกระนั้น  ในวันนี้ผู้มาเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพขรก็มีไม่มากนัก  เนื่องจากการคมนาคมที่นำสู่เมืองกำแพงเพชรนั้นอ้อมออกไปไกลเมือง  ตัดตรงขึ้นไปยังเชียงใหม่  ทำให้เมืองกำแพงเพชรเป็นเพียงเมืองผ่าน  อีกประการหนึ่ง  แหล่งที่พักของกำแพงเพชรก็ยังมีปัญหาอยู่  ที่พักที่ดีที่สุดในวันนี้ระดับเพียงแค่สามดาวของที่อื่น ๆ  แต่ทั้งนี้ก็ชดเชยด้วยแหล่งพักประเภทรีสอร์ตริมแม่น้ำปิงที่สุดแสนจะโรแมนติก  เทคโนรีสอร์ต  และที่อื่น ๆ อีกมากมาย

                ไปเที่ยวกำแพงเพขรกันเถิดครับ  ไปชมความเป็นมาของเมือง  ดูองคาพยพต่าง ๆ ของเมืองให้ละเอียดโดยรอบไปแล้ว  คุณจะทึ่งว่าทำไมช่างมีอะไรเหลืออยู่อย่างมากมาย  มากมายจริง ๆ  ยืนยันครับว่าไม่มีที่ไหนนอกจาก กทม.  ที่องคาพยพของเมืองเก่าต่าง ๆ ยังอยู่ครบครันมากมายเท่ากับที่เมืองกำแพงเพชรแห่งนี้  สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดที่คุณ ๆ จะได้พบเหล่านี้แหละ  ที่จะช่วยให้สามารถจินตนาการหลับตานึกภาพเมืองเก่าของกำแพงเพชรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

   
 

CopyRight   Museumof Discovery thailand collection of Buddha image from southeast Asia  All right reserved.