เหตุใดทำไมจึงเรียกว่า "มีดหมอ" ทั้ง ๆ
ที่หมอไม่ได้มาเกี่ยวข้องสักหน่อย ผู้ที่สร้างมีดหมอมักจะเป็นพระเกจิฯ
ที่มีวิชาอาคมต่างหาก ก็ตามประสาคนช่างสงสัยนั่นแหละครับ
เมื่ออยากรู้ก็ต้องถามคนที่รู้งานนนี้แน่นอนครับผมต้องไปถามเซียนพระ
ทำไมจึงเรียกมีดที่กระเกจิฯ สร้างขึ้นมาว่ามีหมอ ทั้ง ๆ
ที่ความเป็นจริงแล้วน่าจะเรียกว่า "มีดพระ" จึงจะเหมาะสม
คำตอบที่ออกมาจากปากของเซียนพระก็คือ....."มันเกิดจากการสันนิษฐานหลายด้าน.....(ประการแรกคือ
หากเรียกว่ามีดพระ ก็จะกลายเป็นว่าพระนั้นสร้างศาสตรวุธ
ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง พระท่านมิใช่นักรบ
แต่พระเป็นสาวกขององค์พระศาสดา
มีหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นทุกข์).....(ประการต่อมาก็คือ
สมัยก่อนนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับผีเข้า หรือถูกคุณไสย
มักจะมีให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ ผู้ที่จะปราบหรือขับไล่ภูติผีปิศาจ
มีคนอยู่สองกลุ่มด้วยกัน).....(กลุ่มแรกคือพระเกจิฯ ที่เรืองเวทย์
มีวิชาอาคม).....(กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกหมอผี
โดยเครื่องมือที่ใช้ในการสยบวิญญาณความชั่วร้าย จะเป็นพวกมีดที่พระเกจิฯ
ทำขึ้นเสียเป็นส่วนมาก) ดังนั้นการเรียกชื่อจึงมักเรียกว่า (มีดหมอ)
จนติดปาก"
พอได้รับฟังคำอธิบายก็ถึงบางอ้อขึ้นมาทันที
อย่างน้อย ๆ เวลาที่สนทนากับใคร
เราก็สามารถงัดเอาเรื่องมีดหมอขึ้นมาคุยได้อย่างไม่กระดากปาก
ผมจำได้ว่าสมัยที่ยังเป็นเด็กอยู่นั้น
ลุงของผมแกชอบเล่นคุณไสยเป็นชีวิตจิตใจ
มนต์ดำซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเดียรัจฉานวิชา
แกก็อุตส่าห์หอบสังขารไปเรียนถึงจังหวัดสุรินทร์ เรียนกับพระชาวเขมร
ซึ่งถือว่ามีความชำนาญทางด้านนี้เป็นพิเศษ
ตอนไปอยู่จังหวัดสุรินทร์ลุงเล่าให้ฟังว่าต้องระวังเรื่องอาหาร
เพราะในบางครั้งอาจจะโดนยาสั่งก็เป็นได้
ซึ่งยาสั่งนี้หากใครโดนเข้าไปแล้วมีหวัง ไม่ตายก็คางเหลือง สติสตังค์เพี้ยนกลายเป็นคนบ้า
ๆ บอ ๆ ไปเลย ดังนั้นเวลาที่แกจะกินอาหารแต่ละมื้อ
แกจะต้องใช้มีดหมอของหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(อาจารย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค) จุ่มลงในอาหารก่อนทานทุกครั้งไป
ผมถามแกว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร
แกบอกว่าตอนที่เรียนวิชายาดำ ยาสั่ง แกไปมีเรื่องกับนักเลงต่างถิ่น
ซึ่งนักเลงก๊กนี้มันเก่งเรื่องยาสั่งเป็นอย่างมาก
ขนาดพระอาจารย์ของลุงผมที่ว่าแน่ ๆ ก็ยังบอกว่าวิชาของไอ้คน ๆ
นี้แก่กล้ามาก ตัวของกูเองก็ยังเอามันไม่อยู่ มึงต้องระวังตัวให้ดี
หากทะเล่อทะร่าไปกินยาสั่งของพวกมันเข้า เตรียมต่อโลงรอไว้ได้เลย
ทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้มันย่อมต้องมีของคู่กันเสมือนการเรียนผูกย่อมต้องมีการเรียนแก้
เมื่อมียาสั่งก็ย่อมต้องมีสิ่งที่แก้ยาสั่งนั่นก็คือ "มีดหมอ"
มีดหมอที่ได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิฯ ที่มีวิชาอาคมสูง ๆ จะแก้คุณไสย ยาดำ
ยาสั่งได้จริง ๆ ขั้นตอนก็ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก
เพียงนึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์และนึกถึงพระเกจิฯ
ที่สร้างมีดหมอขึ้นมา จากนั้นก็นำมีดหมอจุ่มลงไปในอาหารที่ต้องการจะพิสูจน์
ถ้าอาหารนั้นมียาสั่ง ยาดำ
มีดหมอจะสำแดงอิทธิฤทธิ์โดยเปลี่ยนสีอาหารจานนั้นให้เป็นสีดำทั้งหมดทั้งจานในทันที
เรื่องนี้สอดคล้องกับหนังสือชีวประวัติของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าในขณะที่หลวงพ่อปานกำลังจะฉันภัตตาหาร
ที่พวกผีตายโหงปลอมตัวมาถวายนั้น หลวงพ่อปานได้นำมีดหมอของหลวงพ่อสุ่น
มาจุ่มลงในอาหารที่ท่านจะฉันเข้าไป ปรากฏว่าอาหารได้กลายเป็นเศษแก้ว
หนามอันแหลมคมในบัลดล.....ในจังหวัดสุรินทร์เรื่องราวของคุณไสย ยาสั่ง ยาดำ
เป็นเรื่องที่ยังมีอยู่จริง ๆ
ดังนั้นการเดินทางไปเยือนสุรินทร์ท่านจะต้องหลีกเลี่ยงการมีเรื่องขัดใจกับคนในพื้นที่เพราะ
ในบางครั้งคนที่ท่านไปมีเรื่องด้วยนั้นเขาอาจจะเล่นกับท่านแบบไม่ยอมเลิก
หมอผีรับจ้างทำคุณไสยในจังหวัดสุรินทร์มีเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวเขมรไม่ใช่คนไทย
อิทธิฤทธิ์อีกประการหนึ่งของมีดหมอนั้นก็คือ
"การสังหารฝ่ายตรงข้ามที่มีวิชาอาคมหรือพวกหนังเหนียว
พวกที่สักยันต์ตะกร้อ (อย่างเช่นจอมโจรตี๋ใหญ่)
ถ้าจะกล่าวว่าใช้อาคมฆ่าคนที่มีอาคมคงจะได้กระมัง"
เชื่อกันว่าสมัยที่เสือขาวจะถูกยิงเป้านั้น
(เสือขาวเป็นจอมโจรเจ้าของฉายาขุนโจรร้อยศพ
มีประวัติเหี้ยมโหดมากฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กแรกเกิด
เสือขาวมีของดีที่อยู่กับตัวคือ "ลูกอมหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว
จังหวัดฉะเชิงเทรา") หลวงพ่อดิ่งได้เตือนเสือขาวว่า
"มึงจะต้องตายโหงหากไม่เลิกเป็นโจร" เสือขาวตอนนั้นกำลังทะนงตัว
เพราะไม่มีอาวุธใด ๆ ทำอันตรายเสือขาวได้เลย ปืนก็ยิงไม่ออก
มีดก็แทงไม่เข้า ความเป็นอมตะของเสือขาวนี้เอง
ทำให้เกิดความลำพองใจไม่ฟังคำเตือนของหลวงพ่อดิ่งซึ่งเป็นอาจารย์ของตัวเอง
ตำรวจชุดไล่ล่าซึ่งประกอบด้วย ร.ต.อ.พจน์ รัตนดิลก จ่าบุญมี แก่นกระโทก
จ่าดวง เดชชาติ ได้มาหาหลวงพ่อดิ่งที่วัดบางวัว
แล้วถามว่าจริงหรือที่ว่าเสือขาวนั้นหนังเหนียว หลวงพ่อดิ่งบอกว่า "จริง
ไอ้ขาวมันหนังเหนียว ยิงฟันไม่เข้าหรอก แต่มันจะแพ้ดวงของมันเอง
อาตมาบอกไม่ได้หรอกว่าจะสังหารไอ้ขาวได้อย่างไร เพราะมันจะเป็นการผิดศีล"
ตำรวจชุดไล่ล่าลาหลวงพ่อดิ่งกลับ
ในขณะนั้นมีตาเถรคนหนึ่งซึ่งรู้จักกับจ่าบุญมีได้มาบอกว่า
"ถ้าจะสังหารไอ้ขาว จะต้องใช้ลูกปืนที่หัวกระสุนทำด้วยใบมีดหมอ
มีดหมอต้องเป็นของหลวงพ่อโศก วัดปากคลอง จังหวัดเพชรบุรี
ซึ่งหลวงพ่อโศกเป็นพระสหายของหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว
วิชาอาคมของหลวงพ่อดิ่งที่ลงไว้
หลวงพ่อโศกท่านจะจารแก้ไว้บนใบมีดหมอของท่าน"
สมัยก่อนนั้นมีดหมอของหลวงพ่อโศก
วัดปาคลองยังพอที่จะหาได้ไม่เหมือนในเวลานี้
ซึ่งหามีดหมอของท่านไม่ได้อีกแล้ว
ซึ่งหาได้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นของแท้หรือเปล่า
เพราะของปลอมมีแยะเหลือเกิน ทำได้เหมือนของจริงจนแยกแยะไม่ออก
เสือขาวได้ปะทะกับตำรวจชุดไล่ล่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง
เพราะกระสุนเพียงนัดเดียวมันก็เกินพอที่จะทำให้เสือขาวถึงกับทรุดท้องทะลุแม้ว่าจะไม่ตายแต่ก็คางเหลืองสิ้นลายของคำว่า
"จอมโจรหนังเหนียว" นับตั้งแต่บัดนั้น เสือขาวถูกพิพากษาโทษให้ประหารชีวิต
(ยิงเป้า) ซึ่งกระสุนที่เพชรฆาตใช้สังหารเสือขาว
หัวกระสุนทั้งหมดที่ใช้ยิงทำจากใบมีดหมอของหลวงพ่อโศก วัดปากคลองทุกนัด
การนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องราง -
ของขลังผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านเข้าใจว่า เรื่องวิชาอาคมอำนาจไสยศาสตร์
มันเป็นเรื่องลี้ลับแต่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระไม่น่าเชื่อถือ
ผมขอให้เชื่อเถิดว่าอำนาจของเครื่องราง - ของขลังนั้นมีจริง ๆ
บางสิ่งบางอย่างเราอย่าไปยึดหลักของวิชาวิทยาศาสตร์มากจนเกินไปนัก
เพราะวิทยาศาสตร์มันก็ไม่ใช่วิเศษมาจากไหน
หลายต่อหลายครั้งที่หลักการทางวิทยาศาสตร์
ถูกหักล้างกันเองเมื่อความจริงปรากฏขึ้นในภายหลังปรากฏ
เรื่องราวของมีดหมอคนในวงการพระเครื่อง
ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปว่าเป็น "ของจริง"
ต่างยอมรับกันว่ามี อิทธิ์ฤทธิ์จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
หากเราจะพบว่ามีพวกภัยสังคมเป็นจำนวนมาก ทำมีดหมอปลอมขึ้นมาหลอกขายชาวบ้าน
ทำให้หลงผิดคิดว่าเป็นของแท้ แต่นำไปใช้ไม่ได้เกิดอิทธิ์ฤทธิ์จริงตามคำกล่าวขวัญถึง
เป็นเรื่องที่ไม่มีทางปกป้อง และบทลงโทษตามกฎหมายก็เบาเหลือเกิน
สิ่งที่ท่านจะต้องท่องให้ขึ้นใจก็คือ
"หากของนั้นดีจริง.....ไม่มีใครหรอกครับเขาจะปล่อยให้หลุดมือไปเป็นของคนอื่น"
เห็นว่าเป็นบทความที่ดีเลยคัดลอกมาให้อ่านกันครับ ขออนุญาติทาง web
http://www.devalai.com/story11.htm นี้ด้วยครับ
นอกจากนี้เครื่องรางที่นิยมก็มีเบี้ยแก้นี่แหละครับที่ผมมักพกติดตัวอยู่เสมอดังข้อเขียนของท่าน
ตรียัมปวายตอนหนึ่งว่า
"....เบี้ยแก้
นอกจากจะแสดงว่าเป็นเครื่องรางป้องกันสรรพอันตรายต่างๆแล้ว
ยังมีความหมายถึงเป็นวัตถุป้องกันและแก้การกระทำคุณไสยตลอดจนยาสั่งและไข้ป่า
เป็นอิทธิวัตถุที่มีลักษณะท้าทายอย่างเปิดเผยต่อการปล่อยคุณไสยและการกระทำย่ำยีฝ่ายคุณไสยทั้งปวง
ดังนั้นจึงเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สร้างไปในตัว
นับตั้งแต่หลวงปู่บุญยังมีชีวิตอยู่และได้ประสิทธิ์ประสาทเบี้ยแก้ให้แก่ผู้คนไปจำนวนไม่น้อยจนมาถึงทุกวันนี้เป็นเวลาเกินกว่าครึ่งศตวรรษ
ยังไม่เคยมีผู้ใดที่ใช้เบี้ยแก้หลวงปู่บุญแล้วไปต้องคุณไสย แม้สักรายเดียว..."
ตามความเข้าใจของผม
คนพื้นบ้านสมัยก่อนมักเรียกคนที่มีวิชาอาคมว่า "หมอ"
เพราะบุคคลเหล่านี้นอกจากเรียนวิชาอาคมหรือสืบทอดวิชาอาคมมาจากใครก็ดี
มักจะเรียนวิชาการแพทย์แผนโบราณมาด้วย
นอกเหนือจากนั้นก็อาจมีพ่วงมาด้วยวิชาโหราศาสตร์ ช่าง
หมัดมวย....ฯลฯ...น่าจะเรียกว่าเรียนวิชาของลูกผู้ชายที่ควรเป็นในสมัยนั้น...
คนที่ชาวบ้านเรียกว่า "หมอ"
สมัยก่อนก็จะเหมือนผู้ที่ช่วยเหลือสงเคราะห์ชาวบ้านในยามเดือดร้อนทุกๆทาง
โดยจะหนักไปทางรักษาโรค ดูฤกษ์ยาม ตามของหาย อะไรเทือกนี้เป็นต้น...
คนแถวบ้านแม่ผมมีคนที่ชาวบ้านยังเรียกว่า "หมอ"
ตามความหมายข้างต้นคือ "หมอนี" ส่วนคุณตาผมสมัยมีที่ท่านมีชีวิตอยู่
ชาวบ้านเรียกว่า "หมอทา" ...
ในส่วนของ "มีดหมอ" นั้น ในทางไสยศาสตร์เท่าที่ทราบ
"มีดหมอ"
จะเหมือนกับกุญแจสำคัญในการทำงานของผู้มีอาคมเหล่านั้นนอกเหนือไปจากสมาธิจิต...ยกตัวอย่างเช่น
การปลุกเสกของ การแก้ของ การรักษาโรค ฯลฯ
แต่ผมไม่ทราบถึงการปฏิบัติในเชิงลึกว่าทำอย่างไร มีพี่ท่านหนึ่งซึ่งมี
"มีดหมอ" ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นของตกทอด
ท่านก็บอกว่าใช้ทำของเหมือนกันและดูเหมือนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเสียด้วย
พี่ท่านนี้เรียนรู้อย่างมากมายในเรื่องยันต์และคาถาอาคม
ท่านเคยเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ฆราวาสสมัยเก่าท่านหนึ่งเป็นตัวแทนของอาจารย์ลงจารตะกรุดที่แจกจ่ายลูกศิษย์มาแล้วนับพันดอก...ท่านให้ความสำคัญกับมีดหมอมากเป็นพิเศษ....
สรุปว่าที่เรียกกันว่า "มีดหมอ"
เนื่องมาจากการนำไว้ใช้แก้ไขและทำประโยชน์ต่างๆของคนสมัยก่อน...(ตามความเข้าใจของผมโดยพิจารณาจากความเป็นไปได้)
มีดเล่มที่ลงโชว์อยู่เป็นมีดควาญช้างของหลวงพ่อเดิม
ที่เสือขาวเคยใช้ จากนั้นตกมาอยู่กับเสือมาย
เสือผาด(ไม่แน่ใจว่าคนเดียวกันกับผาด ทับสายทองหรือเปล่า)
และเสือแตงซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ผม
ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว...ด้านหนึ่งจะดำมากเนื่องจากการเหน็บใช้เป็นเวลานานของคนหลายคน...
มีดเล่มนี้ญาติผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ใช้ฆ่าคนมามาก
ส่วนมากเวลาใช้ต้องจิกศรีษะจากด้านหลังแล้วปาดคอเพราะมีดทื่อ
ไม่ได้ลับให้คมอย่างเช่นมีดทั่วไป
ยกเว้นเผชิญซึ่งหน้าจึงใช้แทงใช้กับคนที่เข้าใจว่าหนังดี
ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ
แต่คนสมัยก่อนที่เป็นนักเลงก็มักจะมีเครื่องรางดีๆไว้คุ้มครองตัวกันทั้งนั้น...
เสือส่วนใหญ่มักจะไม่ฆ่าใครถ้าไม่จำเป็น
เพราะเป็นการสร้างความแค้นให้กับกลุ่มญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต
แต่ผู้ที่จำเป็นต้องฆ่า
เนื่องจากเป็นสายให้ตำรวจหรือรู้มาว่าจะถูกเก็บจากฝ่ายตรงข้าม
ส่วนที่ว่าเสือขาวขุนโจรร้อยศพนั้น
ขอยืนยันว่าได้รับทราบมาจากญาติผู้ใหญ่เช่นนั้นเหมือนกัน
เนื่องจากชุมเสือของเสือขาวเป็นชุมใหญ่...
บ้านเรือนสมัยก่อนในภาคกลางผู้ใหญ่เล่าว่าไม่ได้เป็นเหมือนในหนัง
รอบตัวมีแต่ป่า บ้านเรือนอยู่ห่างกัน การสื่อสารคือการเดินหรือใช้เรือ
ชุมเสือภาคกลางจึงเกิดขึ้นมากมาย...
ชุมที่กล่าวมาจะเป็นชุมที่ปล้นคนรวยที่คดโกงและเอาเปรียบคนจน อย่างชาวนา
ชาวสวนทั่วไปที่ไม่มีทางเรียกร้อง ไม่มีทางสู้กับคนมีเงินเหล่านั้น
อย่างเช่นทำนาได้มาก็กดราคาการรับซื้อ ถ้าไม่ขายก็ไม่รู้จะไปขายใคร ...
เวลาที่พวกเขาปล้นได้เงินมา
หากขี่ม้าผ่านทุ่งนาที่ชาวบ้านกำลังทำนาอยู่เขาจะโยนทองเป็นเส้นๆทิ้งไว้ตามคันนา
ถ้าหากเป็นเงินจะใส่ถุงผ้าแดง เป็นกลุ่มเสือที่ชาวบ้านรัก แต่กฏแห่งกรรมย่อมไม่ละเว้นผู้ใด
กลุ่มเสือเหล่านี้ก็ต้องล้มหายตายจากและสลายไปตามกาลเวลา....
พอดีไปอ่านพบและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านจึงขออณุญาติท่านผู้เขียนที่
www.uamulet.comนำมารวบรวมไว้เพื่อประโยชน์ในการสืบค้นด้วยครับ