"
..จากพะยาว ลงมาทางแจ้ห่ม เมืองวัง มาสร้างพระธาตุดอยเต่าคำ เสี้ยงเงิน 709
รูเปีย สำเร็จแล้วมาสร้างพระธาตุดงนั่ง เสี้ยงเงิน 100 รูปี
แล้วมาสร้างวิหารวัดอุโข เสี้ยงเงิน 4,700 รูเปีย
"
เป็นข้อเขียนที่ปรากฏในตำนานครูบาศรีวิชัย
บันทึกลงบนคัมภีร์ใบลานด้วยอักษรธรรมล้านนา บอกกล่าวเรื่องราว
อันเกี่ยวข้องกับชีวประวัติและการจาริก ไปบูรณะปฏิสังขรณ์ในที่ต่างๆของครูบาศรีวิชัย0
ผู้เขียนใช้ตำนานดังกล่าวเป็นเอกสารอ้างอิง เบื้องต้นในการศึกษา
โดยนำมาตรวจสอบกับหลักฐานจริงทางสถาปัตยกรรมซึ่งเราพบว่ารายชื่อที่ปรากฎในเอกสารเป็นผลงาน
ที่ครูบาศรีวิชัยได้จาริกไปสร้างหรือบูรณะปฏิสังขรณ์จริง
อีกทั้งผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ยังสามารถบอกกล่าวและให้รายละเอียดเกี่ยวกับ
เหตุการณ์ในช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี แต่เดิม เส้นทางสัญจรจากเมืองพะยาว-เชียงราย
มาถึงเมืองลำพูน-เชียงใหม่ ต้องอาศัยเส้นทางเมืองลำปางเป็นทางหลัก
โดยผ่านมาทางเมืองวัง (อ.วังเหนือ ) และเมืองแจ้ห่ม เส้นทางธรรมของครูบาศรีวิชัย
ก็ได้ใช้เส้นทางดังกล่าวเช่นเดียวกัน ในตำนานและบันทึกกล่าวถูกต้องตรงกันว่า
ในระหว่างที่ครูบาศรีวิชัยทำการบูรณะปฏิสังขรณ ์เมืองพะเยาอยู่นั้น
บางช่วงท่านได้มอบ หมายให้ครูบาปี๋ ควบคุมงานก่อสร้าง
ส่วนท่านเองได้จาริกไปทางเมืองลำปางแล้วแวะที่แจ้ห่มเพื่อทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดสำคัญ
หลายแห่ง และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ วัดพระธาตุดอยเต่าคำ ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน
จ.ลำปาง (ปัจจุบันแยกตัวมาจากอ.แจ้ห่ม) ประวัติวัดพระธาตุดอยเต่าคำ
วัดพระธาตุดอยเต่าคำ เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง อันประกอบไปด้วยพระธาตุศักดิ์สิทธิ์
คู่เมืองแจ้ห่ม ที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน
ห่างจากตัวอำเภอเมืองปานไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร
สันนิษฐานว่าวัดพระธาตุดอยเต่าคำแห่งนี้ มีอายุไม่ต่ำ กว่า 500 ปี
ตำนานเมืองแจ้ห่ม กล่าวไว้ว่า
เมื่อถึงสมัยของพระยาการเมือง เป็นเจ้าครองเมืองลำปาง
มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้บันทึกเป็นภาษา บาลีว่า พระธาตุดอยเต่าคำนั้น
มีถ้ำเป็นอุโมงค์ลึกอยู่บริเวณเชิงพระธาตุ ภายในอุโมงค์มีเรือเงิน
เรือทองยาวประมาณ 8 ฟุต กว้าง ประมาณ 3 ฟุต มีปราสาทอยู่ในเรือทอง สูงประมาณ 3
ฟุต อุโมงค์ลึกลงไปประมาณเท่าลำน้ำมอญ มีโซ่ทองคำล่ามเรือใหญ่คะเนได้ ประมาณ 9
หุน ยาวประมาณ 8 วา
ในเรือมีเต่าทองคำตัวหนึ่งในประสาทมีสารีริกธาตุโตเท่าเม็ดมะกล่ำมีรัศมีรุ่งดั่งสีทองสุกปลั่งอยู่ใน
กระบอกไม้รวก นอกจากนี้ในตำนานยังกล่าวถึงพระพุทธรูปปางไสยาสน์
แดงเป็นพระบรมสารีริกธาตุแขนซ้ายของ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
มีพระเนตรเป็นแก้ววิเศษ หัวใจแก้วเป็นทองคำเท่าลูกมะพร้าวไฟปลอกเปลือก
มีไส้เป็นเหรียญทองแดงยาว ประมาณ 8 วา ตำนานดังกล่าวถูกบันทึกและปรากฎในตำนานพระเจ้าเลียบโลก
สำหรับหลักฐานที่เป็นจริงนั้น เราพบว่าก่อนครูบาศรีวิชัยท่านจะมาบูรณะปฏิสังขรณ์
ที่อ.แจ้ห่มนั้น วัดพระธาตุดอยเต่าคำ ได้ถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง เนื่องจากในระแวกนั้นมีวัดสบลี
เป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยศรัทธาจากชาวบ้านดินดำ บานสบลี
และบ้านดอนแก้ว อีกทั้งวัดพระธาตุดอยเต่าคำก็อยู่ห่างไกลออกไปจากชุมชน
จึงไม่มีชาวบ้านอุปถัมภ์วัดพระธาตุดอยเต่าคำอย่างจริงจังผู้ คนระแวกนั้นทราบแต่เพียงว่ามีเจดีย์เก่าอยู่บนเขาเตี้ยๆท้ายหมู่บ้าน
อย่างไรก็ตาม
ถึงแม้ว่าวัดดอยเต่าคำจะเป็นวัดร้างที่อยู่ห่างไกลชุมชน
แต่ครูบาศรีวิชัยท่านก็ทราบด้วยญาณถึง สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
ท่านจึงรุกมูลเข้าไปเพื่อทำการสักการะ บูชายังสถานท ี่แห่งนั้นแล้วตัดสินใจที่จะ
ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระธาตุดอยเต่าคำขึ้นใหม่
พร้อมทั้งชี้ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของสถานที่แห่งนี้
ดังนั้นเมื่อการบูรณะสำเร็จ
ชาวบ้านดินดำจึงได้กลับมาอุปถัมภ์วัดพระธาตุดอยเต่าคำอีกครั้งหนึ่ง งานบูรณะปฏิสังขรณ์ของครูบาศรีวิชัยในครั้งนั้น
ได้แก่ การก่อองค์พระธาตุเจดีย์ขึ้นใหม ่พร้อมทั้งสร้างวิหารพระนอนขึ้น
อีกหลังหนึ่งให้พ้องกับตำนาน สำหรับลักษณะทางสถาปัตยกรรมนั้น พระธาตุเจดีย์
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของของวิหารพระนอน เป็น เจดีย์ทรงกลม ซ้อนชั้น 2 ชั้น
ตั้งอยู่บนฐานบัวยกเก็จสูง รองรับด้วยฐานเขียงสี่เหลี่ยม
มีกำแพงแก้วรอบล้อมองค์พระธาตุ ที่ด้านทั้ง 4 ของกำแพงแก้วมีซุ้ม
พระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยและบริเวณด้านทิศใต้
ภายนอกกำแพงแก้วมีแผ่นปูนจารึกอักษรล้านนาสันนิษฐานว่า
สร้างขึ้นในคราวเดียวกับการบูรณะปฏิสังขรณ์องค ์พระธาตุ แต่ปัจจุบันอักษรเลือนลางไม่สามารถอ่านได้
ส่วนพระวิหารนั้นในช่วงที่ผู้เขียน เข้าไปศึกษา (ปี พ.ศ. 2538) ได้ถูกรื้อไปแล้ว
พบแต่องค์พระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์หันพระพักต์ไปทางทิศตะวันออก
และหันพระเศียรไปทางทิศใต้ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นมีความยาวประมาณ 15 เมตร
จากคำบอกเล่าของชาวบ้านกล่าวว่า ภายหลังวัด พระธาตุดอยเต่าคำ
ได้มีภิกษุรูปหนึ่งนามว่าครูบาเจ้าอินแตงได้เดินธุดงค์มาที่วัด และท่านคงทราบทางนิมิตร
แห่งฌาณจากการนั่ง วิปัสนากรรมฐานว่าวัดนี้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และมีถ้ำอุโมงค์บริเวณเชิงองค์พระธาตุดังได้กล่าวในประวัติจริง
โดยมีทางออกที่ต้นจำปาลาว (ลั่นทม)
ท่านเกรงว่าในภายภาคหน้าจะไม่ปลอดภัยเนื่องจากโจรผู้ร้ายที่ทราบจะเข้ามาบุกรุกท่านจึงปรึกษากับญาติโยมศรัทธา
และขอแรงเพื่อช่วยกันนำก้อนหิน ใหญ่มาปิดปากถ้ำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ดังนั้น ปัจจุบันนี้จึงไม่มีใครทราบว่าทางเข้าถ้ำดังกล่าวและต้นลั่นทม อยู่ ณ
ตำแหน่งใด วัดพระธาตุดอยเต่าคำ มีภิกษุสงฆ์ และ ศรัทธาญาติโยม
อุปถัมภ์สืบมาอย่างต่อเนื่อง เช่นในลำดับต่อมา เมื่อปีพ.ศ. 2496
ได้มีพ่ออาจารย์หนานเป็ง มาบูรณะสร้างศาลาข้างพระธาตุด้านทิศใต้ ขึ้นหลังหนึ่ง
พร้อมทั้งโบกปูนองค์พระธาตุใหม่ , ปี พ.ศ. 2516 ครูบาอินถา
ทำการสร้างกำแพงกับบันไดนาค จนกลายเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ปัจจุบันมีพระสิงห์แก้ว
ปิยธมโม เป็นเจ้าอาวาส ปัจจุบันวัดพระธาตุดอยเต่าคำ ยังคงอยู่ในระหว่างการบูรณะปฏิสังขรณ์
วิหารพระนอน
ซึ่งได้กระทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ดังนั้นผู้เขียนจึงถือโอกาสบอกบุญมา
ยังผู้อ่านทุกท่านหากท่านต้องการร่วมกันสร้างบุญเพื่อสืบทอดพุทธศาสนา ณ
สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่ง องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าก็ติดต่อไปทางวัดพระธาตุดอยเต่าคำได้ตามที่อยู่ข้างบน.